Saturday, July 12, 2008

เล่าขาน ตำนานชนชาติเกาหลี ตอนที่ 3

ขอเพิ่มเติม เกี่ยวกับอาณาจักร โบราณของเกาหลี
มาอ่านพบว่า พระอนุชา ของ กษัตริย์ แทโช ( Daeso ) แห่ง โดงบูยอ (Dongbuyeo) คู่ปรับ ของกษัติรย์ จูมง ชื่อ Galsa ไปตั้ง Later Buyeo ในปี ค.ศ.21 สืบสันตติวงศ์ได้ 10 พระองค์ ก็ถูก ผนวก เป็น แผ่นดินของ โคคุเรียว ใน ปี ค.ศ 494 ( กษัตริย์ Buyeo ชื่อ Jan)

ย้อนกลับไปที่ โคคุริออ (โคคุเรียว )

เมื่อกษัตริย์ องค์ ที่ 3 สิ้นพระชนม์

กษัตริย์องค์ ที่ 4 Minjung (44 CE-48 CE )
กลับเป็นพระโอรส องค์ ที่ ห้า ของ กษัตริย์ Yuri เนื่องจากรัชทายาท โอรส ของ กษัตริย์ องค์ ที่ สาม ยังอยู่ในวัยแรกรุ่นชันษาเกินไป พระเจ้าอา Minjung จึงขึ้นเป็นกษัตริย์ ก่อน กษัตริย์ Minjung ไม่โปรดการทำสงคราม ดังเช่น สาม รัชกาล ก่อน เมื่อพระองค์ ครองราชย์ ทรงพยายามหลีกเลี่ยง การนำทหาร เพื่อการสู้รบ และทรงครองราชย์สมบัติ เพียง 5ปี (44 CE -48 CE )ในปี ที่ 2 ที่ครองราชย์ ได้เกิด อุทกภัย ที่ มณฑลภาคตะวันออก กษัตริย์ Minjing ทรงให้เปิดท้องพระคลัง แบ่งสรร อาหาร ออกมาแจกจ่าย อย่างเสมอหน้ากัน แต่ทรงมีพระชนม์ ไม่ยืนยาว ทรงประชวรและสิ้นพระชนม์ ( พออ่านพระนิสัยของ กษัตริย์ องค์ ที่ห้า Mobon ก็รู้สึกสงสัยในใจตัวเอง ว่า คงโดน ยาพิษหรือเปล่าหนอสงสัยแบบนี้ บาปกรรม บาปกรรม ถ้าไม่จริง)
พระโอรส องค์ โต ของ กษัตริย์ องค์ที่สาม Daemusin พระนามว่า Mobon ขึ้นครองราชย์ เป็น

กษัตริย์ องค์ ที่ 5 (48 CE- 53 CE)
ในปี 49 CE กษัตริย์ Mobon ไป โจมตีราชวงศ์ ฮั่น หลายครั้ง ในภายหลังมีการทำสนธิ สัญญา ระหว่างกัน Mobon ทรงดุร้าย ดื้อดึง และเหมือนว่า ประชาชน จะไม่ค่อยรักกษัตริย์ พระองค์ นี้

แปลก ที่ กษัตริย์ Yuri ทรงใช้ สกุล ของพระองค์ เองว่า Hae เป็น Hae yuri และพระโอรส Daemusin ซึ่งมีพระนามเดิมว่า Muhyul ก็ใช้ Hae Muhul (กษัตริย์ องค์ ที่ 3 ) กษัตริย์ องค์ที่ 4 Minjung ก็ ใช้ Hae Saek-Ju กษัตริย์ องค์ ที่ 5 Mobon ก็ใช้ Hae U ขอแทรก ทำความเข้าใจ กับคำว่า Hae และ Go
Buyeo

Buyeo (c.239-494 CE) ruled in modern-day Manchuria. The rulers continued to use the titles of Dangun[3]. Some records refer to Bukbuyeo (North Buyeo) and Dongbuyeo (East Buyeo). It was absorbed into Goguryeo.
See also: List of legendary monarchs of Korea
1. Haemosu of Buyeo 해모수 (239-195 BCE)
2. Mosuri of Buyeo 모수리 (195-170 BCE)
3. Go Haesa of Buyeo 고해사 (170-121 BCE)
4. Go Uru of Buyeo 고우루 (121-86 BCE)

[edit] Bukbuyeo
See also: List of legendary monarchs of Korea
(c.108 BCE–c.58 BCE)
1. Go Dumak of Bukbuyeo 고두막 (108-60 BCE)
2. Go Museo of Bukbuyeo 고무수 (60-58 BCE)
( ความเห็นค่ะ คนเล่า คืดว่า Go Jumong น่าจะสืบต่อ มาจาก Go Museo องค์ นี้ แต่ ทำไมในละคร และอีกหลายที่สื่อว่า จูมง เป็นสายเลือด แฮมูซู แต่ ก็อ่านเจอว่า แฮมูซู มีวงเล็บ ว่า โอรสสวรรค์ เล่าเอง งง เอง ค่ะ แล้วก็มา งง หนักเข้าไปอีก ที่ องค์ชาย ยูริ และพระโอรส พระนัดดา ใช้ HAE ขึ้นต้นชื่อค่ะ ผู้รู้ ช่วยไขข้อข้องใจหน่อยค่ะ เด็กสายวิทย์ อ่อน ภาษา แต่อวดดี เอาเรื่อง ไม่รู้จริงมาเล่า ไม่ถือว่าเล่า แล้วกัน นะคะ ถิอเสียว่า เอาข้อมูล ที่ ไปเจอมาจากแหล่งต่าง ๆมาสื่อสารกันต่อ คนเล่า สุดปัญญา เอาความรู้ ที่เคย ร่ำเรียนมา คือ วิชา DATA PROCESSING มาใช้ วิชา นี้ ใช้ศาสตร์ ที่ประกอบด้วยสูตรคำนวณ ยาวเหยียด มา ประมวลผลน่ะค่ะ แต่ เรื่องเล่า แบบนี้ต้องใช้ ศาสตร์ ที่เป็นศิลป มาประมวล เมื่อประมวลผลไม่ได้ ก็ต้องทิ้งค้างข้อความ ที่สงสัยน่ะค่ะ เช่น Haemosu และ Go Museo เป็นต้น นะคะ)

[edit] Dongbuyeo

(c.86 BCE–22 CE) The rulers of Dongbuyeo submitted to Bukbuyeo in 86 BC, and thus used the title Wang ("King").
1. Hae Buru of Dongbuyeo 해부루왕 解夫婁王 (86-48 BCE)
2. Geumwa of Dongbuyeo 금와왕 金蛙王 (48-7 BCE)
3. Daeso of Dongbuyeo 대소왕 臺素王 (7 BCE - 22 CE)


มาถึงกษัตริย์ องค์ ที่ 6. Taejo ( 53 CE- 146 CE)
ที่เปลี่ยนกลับมาใช้สกุล Go หรือ Ko เหมือนกษัตริย์ จูมง Go Jumong ( คนเล่าก็งง เพราะลอกเขามานี่นา) Taejo เป็นพระนัดดา ของ กษัตริย์ ยูริ เป็นโอรส ของ Jaesa ขึ้นครองราชย์สมบัติ หลัง เกิดการลอบปลงพระชนม์ กษัตริย์ Mobon ( Mobon คงร้าย มากๆ) กษัตริย์ Taejo อยู่ในราชสมบัติ 94 ปี และเป็น Taejo the great เสียด้วย ( กษัตริย์ Mobon มี พระโอรส IK และเป็นรัชทายาท แต่ไม่ได้ครองราชย์ ) หลัง Mobon สิ้นพระชนม์ สภา เสนาบดี ๆได้เสนอแต่งตั้ง Jaesa ขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่ Jaesa ปฏิเสธราชบัลลังก์ ราชบัลลังก์ จึงเป็นของพระโอรส GUNG ชันษา เพียง 7 พรรษา ภายหลัง Gung ทรงเป็นกษัตริย์ Taejo โดยมี พระราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการให้กับกษัตริย์ ที่ทรงพระเยาว์ ( งง ว่า ราชินีของใคร คือ พระมารดา ของ Taejo ซึ่งมา จาก บูยอ และถือว่า เป็น ราชินี เพราะ สภา มีการเสนอแต่งตั้ง Jaesa เป็น กษัตริย์ หรือเปล่า หรือราชินีของกษัตริย์เก่า) ไม่บอกว่า Jaesa เป็นพระโอรส องค์ ที่ 4 ของ กษัตริย์ ยูริ ( คนเล่า ลอง ไล่ลำดับดู ว่า น่าเป็น องค์ ที่ 4 น่ะค่ะ) และ ราชวงศ์ Go หรือ Ko ก็เริ่มเข้าสู่วังวน ของศึกสายเลือด แย่งชิงความเป็นใหญ่ เหมือน ราชวงศ์ กษัตริย์ ประเทศต่างๆ ที่เริ่มมาจาก มีการลอบปลงพระชนม์ Mobon กษัตริย์ องค์ ที่ 5

ใน ปี ที่ 94 ของรัชสมัย Taejo พระอนุชา Suseong

ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ องค์ ที่ 7 ทรงพระนามว่า Chadae ( 146 CE – 165 CE )
Chasae ทรงฆ่า พระโอรส ของกษัตริย์ Taejo ทั้ง 2 พระองค์ และยังฆ่า ทั้งพระเชษฐา กษัตริย์ Taejo และพระเชษฐา ซึ่งคั่นระหว่าง กษัตริย์ Taejo และกษัตริย์ Chadae เอง ในปี 165 CE รวมอีก 2 พระองค์
กษัตริย์ Taejo ทรงสวรรคตด้วยพระชนม์ 119 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 94 ปี (แสดงว่าทรงเป็น กษัตริย์เมื่อพระชนม์ 25 พรรษา ) กลายเป็นว่า ทรงมีพระชนม์ ยืนยาว กว่า กษัตริย์ จางซู เสียอีก โสมเกาหลีคงทำให้ อายุยืนจริงๆ

กษัตริย์ องค์ ที่ 8 Sindae ( 165 CE-179 CE)
บ้างก็ว่า ทรงเป็น โอรส ของ Jaesa คั่นระหว่าง กษัตริย์ Taejo และ กษัตริย์ Chadae บ้างก็ว่า เป็น โอรส ของ Taejo บ้างก็ว่าเป็นโอรสของ Chadae บ้างก็ ว่า Sindae เป็นผู้ปลงพระชนม์ Taejo และ Chadae ทรงขึ้นครองราชย์ เมื่อ พระชนม์ 77 พรรษา สวรรคต เมื่อพระชนม์ 91 พรรษา
ไม่แปลก อะไร กับ ศึกสายเลือด เช่นนี้ มีทุกชาติ ทุกศาสนา ทีเดียว โคคุเรียว แท้ๆ ยังมีศึกสายเลือด หลังสถาปนา อาณาจักร เพียง ไม่ถึง 100 ปี กษัตริย์ ถูกลอบปลงพระชนม์

ที่หาเรื่องมาเล่า ถึงองค์ ที่ 8 เพื่อ ค่อยๆ สื่อว่า ราชวงศ์ โคคุเรียว ก็ไม่รอดพ้น วังวน ศึกสายเลือด ดังนั้น ที่กาลต่อมา ทั้ง โคคุเรียว และ แพคเจ เมืองพี่ เมืองน้อง ต้องมา ราวี รบราฆ่าฟัน แผ่อำนาจเข้าหากัน ก็ เป็นเรื่อง ธรรมดา หากเพื่อนๆ ติดตามละครเรื่อง ซอยองโด ( อาณาจักร แพคเจ ) และ แดจังกึม ( อาณาจักรโซซอน ก็คงได้เห็นเช่นกัน)

และ มีราชินี ของกษัตริย์ องค์ ที่ 9 Gogukcheon (179 CE-197 CE ) ก็ ทรง เป็นราชินี ของกษัตริย์ องค์ ที่ 10 ด้วย

กษัตริย์ องค์ ที่ 10 Sansang (197CE -227 CE )
ซึ่งเป็นพระอนุชาของกษัตริย์ องค์ ที่ 9 กษัตริย์องค์ ที่9 นี้ ทรงมีราชินี ที่มีอำนาจทางการเมือง ชื่อ Lady U และเป็น Queen U กษัตริย์ องค์ ที่ 9 ไม่ทรงมี ทายาท (กษัตริย์ องค์ ที่ 9-10 เป็น พระโอรส ของกษัตริย์ องค์ ที่ 8 ) ที่แปลกกว่านั้น กษัตริย์ องค์ ที่ 10 ทรง มี Second Queen และ Second Queen นี้ มีพระโอรส ได้ เป็นรัชทายาท และสืบราชสมบัติเป็น

กษัตริย์ องค์ ที่ 11 Dongcheon ( 227 CE – 248 CE )
( ที่ Queen U ซึ่งมีอำนาจ ยินยอม ให้ มี Second Queen คงจะเพื่อ การมี รัชทายาท หรือเปล่าหนอ หรือไม่ทรงยินยอม แต่ไม่มีกล่าวถึงเรื่องนี้ )
เว่ย ส่งทหาร มารุกราน โคคุเรียว 1หมื่นนาย ยึดเมืองหลวง ของ ฮวันโด ได้ กษัตริย์ Dongcheon ให้ย้าย เมืองหลวง ไปอยู่ เปียงยาง ชั่วคราว และเรียกคืนดินแดนที่เสียไป คืนมาได้

กษัตริย์ องค์ ที่ 12 Jungcheon ( 248 CE -270 CE )
เป็น พระโอรส กษัตริย์ องค์ ที่ 11 ในราชสำนักวุ่นวาย พระอนุชา 2 องค์ ทรยศ และถูกประหารชีวิต พระราชินี Lady Yeon จาก Yeonna –bu จับ Lady Gwanna ถ่วงน้ำ ในทะเลเหลือง ด้วยความริษยา หึงหวง และมีการสงคราม กับ เว่ย (คงเป็นแคว้น ยันนา และกวานนา ที่ในละครจูมงกล่าวถึง 5 เผ่าของโชบน มังนะคะ 5 เผ่า ของละคร จูมง ประกอบด้วย เครุ บีเรียว ฮวานนา กวานนา และยันนา)

กษัตริย์ องค์ ที่ 13 Seocheon ( 270 CE -292 CE )
พระโอรส องค์ ที่ 2 ของกษัตริย์ องค์ ที่ 12 มีการรุกรานจาก ชาว Sushen ในปี 280 ทรงให้พระอนุชา Dal-ga ออกไปขับไล่ และได้รับชัยชนะ และได้ย้าย ชาว Sushen ไปอยู่ ที่ ทางใต้ของ บูยอ ทรงแต่งตั้งให้ พระอนุชาองค์ นี้ เป็น the Prince of National Peace (Prince An- guk ) และให้คอยควบคุม ศัตรูเหล่านั้น
มีพระอนุชา อีก 2 พระองค์ Go ll-u และ Go So –bal ก่อการจลาจล ต่อต้านพระองค์ ในปี ค.ศ. 286 พระอนุชา ทั้ง สอง ถูกฆ่าตาย

ขอข้ามเลยมา ถึง การเริ่มความขัดแย้งกับ อาณาจักร แพคเจ ในเมื่อ โคคุเรียว แท้ๆ ยังมีศึกสายเลือด แล้วแพคเจ จะไม่เกิด ศึกชิงความเป็นใหญ่ ได้อย่างไร หลังสถาปนา อาณาจักร เพียง 300 ปี
ในปี ค.ศ. 286 ทาง ด้านของแพคเจ ตรงกับกษัตริย์ องค์ ที่ 9 Chaekgye มีมเหสี ชื่อ Bongwa เป็น ธิดาของเจ้าเมือง Daifang ทางโคคุเรียว ก็ คือ Seocheon ทางโคคุเรียว ไปโจมตี Daifang แพคเจ ต้องส่งกองกำลังทหารไปช่วย Daifang
ต่อมา กษัตริย์ องค์ ที่ 14 ของโคคุเรียว Bongsang โอรสของ Secheon ขึ้นครองราชย์เป็น

กษัตริย์องค์ ที่ 14 Bongsang (292 CE -300 CE )
พระโอรส องค์โต ของ กษัตริย์ องค์ ที่ 13 เมื่อขึ้นครองบัลลังก์ ทรงหาเหตุ กับพระเจ้าอา Dal –ga ว่าเป็นกบฏ และทรงประหาร ประชาชน สับสนไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงนี้ นอกจากนี้ยังบีบบังคับ พระอนุชา Go Dol –go ให้ ฆ่า ตัวตาย โอรสของพระอนุชา Go Dol –go ต้องหลบหนี เพื่อรักษาชีวิต ในปี 296 มี Murong Hui มารุกรานอีก และถูกขับไล่ออกไป Bongsang เป็นกษัตริย์ ที่ไม่ ฟังการทักท้วงของเสนาบดี และไม่เห็นแก่ ราษฎร ภายหลัง กษัตริย์ Bongsang และพระโอรส 2 องค์ ก็ถูกบีบบังคับให้ฆ่าตัวตาย และเชิญ พระโอรสของ Go Dol-go ขึ้นครองราชย์ เป็น

กษัตริย์ องค์ ที่ 15 Micheon ( 300 CE -331 CE)
ทรงใช้พระชนม์ หลบหนี ซ่อนตัวจากกษัตริย์ องค์ ที่ 14 จนได้ครองราชย์ ทรงเป็นกษัตริย์ นักรบ มีการทำศึก หลายครั้ง มีการผนวกดินแดนเพิ่ม
Micheon continuously developed the Goguryeo army into a very powerful force. During the disintegration of China's Jin Dynasty, he expanded Goguryeo's borders into the Liaodong Peninsula and Chinese commanderies. His first military campaign was in 302, against the Xuantu Commandery. He annexed the Lelang commandery in 313 and Daifang commandery in 314 after attacked Seoanpyeong in Liaodong.
In his reign, Goguryeo was faced with growing Xianbei influence in the west, particularly Murong Bu incursions into Liaodong. Micheon allied with other Xianbei tribes against the Murongbu, but their attack was unsuccessful. In 319, the Goguryeo general Yeo Noja was taken captive by the Murongbu. Throughout this period, Goguryeo and the Murongbu attacked each other's positions in Liaodong, but neither was able to gain a lasting victory.
Micheon died and was buried in 331 at Micheon-won. Twelve years later in the reign of King Gogugwon, his remains were dug up by the Former Yan invaders, and held for ransom.

กษัตริย์ องค์ ที่ 16 Gogugwon ( 331 CE – 371 CE )
โอรส ของกษัตริย์ Micheon Yan ได้มาโจม ตี และ พา ราชินี พระสนม และเชื้อพระวงศ์ ไปเป็นตัวประกัน ที่ Yan และเป็นอีกครั้งที่ย้ายเมืองหลวงชั่วคราว ไป เปียงยางอีก
He ruled at a time when the kingdom was quite weak, and had an ill-fated reign. He sent tribute to the Xianbei state of Former Yan after they invaded the capital in 342 and held the queen and royal concubines captive, in order to secure the return the corpse of King Micheon.
The capital was temporarily moved to Pyongyang, present-day capital of North Korea. In response to the expansion of the southern Korean kingdom Baekje, Gogugwon led an unsuccessful attack in 369. Baekje's king Geunchogo invaded in 371 and Geunchogo's son Geungusu killed Gogugwon in battle at Pyongyang Castle. He was buried in Gogugwon

ในปี ค.ศ. 369 ตรง กับสมัยกษัตริย์ แพคเจ ที่ 13 Geunchogo เป็นกษัตริย์ ที่เข้มแข็ง ได้ ผนวก ดินแดน ของเผ่า Mahan ( ชนเผ่า Mahan นี้มีความสำคัญ เกี่ยวกับอาณาจักร ชิลลา) รวมทั้ง กายา ก็เป็นเมืองขึ้น ของแพคเจ และยังได้ส่งทหารมาโจมตี โคคุเรียว ใน ปี ค.ศ.371 แพคเจ นำทหาร 3 หมื่นนาย นำโดย รัชทายาท GeunchogoZ (ต่อมา เป็นกษัตริย์ องค์ที่ 14 ของ แพคเจ) เป็นผู้สังหาร กษัตริย์ Gogugwon พระอัยกา (ปู่) ของ ทัมด๊ก ค่ะ ที่ ปราสาท เปียงยาง (และนี่คือ สาเหตุ ที่ในละครตำนาน จอมกษัตริย์เทพสวรรค์ ยอนโฮแก ใช้เป็นเหตุผล อ้างกับ ทัมด๊ก ที่รักษาการกษัตริย์ โคคุเรียว ในขณะนั้น ยกทหารอสาสาสมัคร ของตระกูล ยอน 4 หมื่นนาย ไปโจมตี แพคเจ )( และกษัตริย์ องค์ ที่ 14 ของแพคเจนี้ มีราชินี Lady Ai เป็น ธิดา ของ Jin Godo เสนาบดีใหญ่ ของราชวงศ์ JIN ( Eastern Jin Dynasty – ก็น่าจะหมายถึงราชวงศ์จิ้น ของจีน ซึ่ง มีทั้ง ราชวงศ์จิ้นตะวันออก ที่อพยพ โยกย้ายราชธานี ของราชสำนักจิ้น ตะวันตก ที่ล่มสลายลง ราชวงศ์จิ้น อยู่ในระหว่าง ปี ค.ศ.317-420 ราชวงศ์จิ้นนี้ เกิด ปลายยุค สามก๊กของจีน ในราชวงศ์ ฮั่น สับสน ดีจริงๆ ) นอกจากนี้ แพคเจ สมัยกษัตริย์ ที่ 13-14 ของแพคเจ นี้ ยังเป็น พันธมิตร ที่ดี ของ Wa kingdom of Yamato period Japan ด้วย.

กษัตริย์ องค์ที่ 17 ของโคคุเรียว Sosurim
พระโอรสของกษัตริย์ Gogugwon ( 371CE-384 CE)
ในปี ค.ศ. 372 ศาสนาพุทธ ได้เข้ามาในโคคุเรียว และทรงรับไว้ มีการสร้างวัด ให้พระสงฆ์ ที่เข้ามาในราชอาณาจักรและ
Also in 372, he also established the Confucian institutions of Taehak (태학, 太學) to educate the children of the nobility. In 373, he promulgated a code of laws called (율령, 律令), centrally codifying regional customs and acting as the national constitution.
In 374, 375, and 376, he attacked the Korean kingdom of Baekje to the south, and in 378 was attacked by the Khitan from the north
เผ่าคิตัน เป็นชนเผ่า หนึ่งของมองโกลเลีย
กษัตริย์ โซซูริม ไม่มี พระโอรส

กษัตริย์ องค์ ที่ 18 Gogugyang ( 384 CE-391 CE)
พระอนุชา ของกษัตริย์ โซชูริม พระบิดา ของ ทัมด๊ก
In the second year of his reign, Gogukyang sent 40,000 troops to attack the Chinese state of Yan in the Liaodong Peninsula. The Goguryeo army captured Liaodong and Xuantu, and took 10,000 prisoners. In that winter, Yan counterattacked and recovered both provinces.
In 386, the prince Go Dam-deok, the later King Gwanggaeto the Great, was designated heir to the throne.
Goguryeo attacked the southern Korean kingdom of Baekje in 386, which returned the attacks in 389 and 390. In the spring of 391, Goguryeo signed a treaty of friendship with King Naemul of Silla, another of the Three Kingdoms, and received Naemul's nephew Kim Sil-seong as a hostage.

กษัตริย์ องค์ ที่ 19 Gwanggaeto the Great of Goguryeo ( 391 CE -413 CE )

ทัมดัก ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาท ในปี ค.ศ. 386 (ด้วยพระชนม์ ตามละคร สื่อ คือ 11 พรรษา แต่ ถ้านับตามอ้างอิงนี้ ก็ 12 พรรษา)
Gwanggaeto the Great , means "Very Greatest King, Broad Expander of Territory, [bringer of] Peace and Security, [buried in] Gukgangsang.", sometimes abbreviated to Hotaewang or Taewang. He selected Yeongnak as his era name, and was called King Yeongnak the Great during his reign.
in the 2nd century CE. Upon King Gwanggaeto's death at thirty-nine years of age in 413, Goguryeo controlled all territory between the Amur and Han Rivers (two thirds of modern Korea, Manchuria, and parts of the Russian Maritime province and Inner Mongolia).
In addition, in 399, Silla submitted to Goguryeo for protection from raids from Baekjae. Gwanggaeto captured the Baekje capital in present-day Seoul and made Baekje its vassal. Many consider this loose unification under Goguryeo to have been the first and only true unification of the Three Kingdoms.

ขอตัด ทอน มาแค่นี้ เพราะมีรายละเอียด ความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์พระองค์ ที่เพื่อนๆ ก็อ่านได้มากมาย และก็ยาวมากเลย
และตามเคยนะคะ ที่ยกภาษาอังกฤษมาทั้งท่อน ก็ ขอให้ท่าน อ่านเองแปลเองนะคะ เดี่ยวคนเล่า เล่าผิด น่ะค่ะ และที่เล่า มาข้างต้น ถ้าคนเล่า เล่าผิดพลาดอย่างไร ก็ไม่ว่า กัน แล้วกัน นะคะ ก็บอกแล้ว ว่า เล่า ขาน..ตำนาน.... เท่านั้น จะว่า เป็นพงศาวดาร คนเล่า ก็ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ

ตำนาน คือ เรื่องราวนมนานที่เล่ากันสืบๆมา
พงศาวดาร คือ เรื่องราวของเหตุการณ์เกี่ยวกับประเทศชาติหรือ พระมหากษัตริย์ ผู้เป็นประมุขของประเทศชาตินั้น
ทั้งนี้ เพราะ ไม่ทราบจริงๆ ว่า ที่คนเล่าอ่านมานั้นใครเขียนน่ะค่ะ ก็เลยถือว่า เป็นตำนาน ไปก็แล้วกันนะคะและที่เล่ามานี้ คนเล่า มีวัตถุประสงค์ ในขอบเขตของ เบื้องหลังการถ่ายทำ ละคร ตำนาน จอมกษัตริย์ เทพสวรรค์

ในที่สุด ก็ มาถึง กษัตริย์ องค์ที่ 19 ของโคคุเรียว แล้ว

เบื้องหลัง ละคร ตำนาน จอมกษัตริย์ เทพสวรรค์
เมื่อ 21/04/2005 ใน J K dramas.com มีการเสนอข่าวว่า

เบ ยองจุน กำลังจะมีผลงานทางละครโทรทัศน์ เรื่องใหม่

เบ ยองจุน นักแสดงเกาหลีเจ้าของผลงานละครโด่งดังจาก เพลงรักในสายลมหนาว กำลังจะรับบทบาทการแสดงใหม่ในละครโทรทัศน์ “ Four legends of the great King “ หรือ “ Taewang sasingi” ซึ่งเป็นละครชีวประวัติบุคคลของกษัตริย์แห่งกวางแกโต เบ ยองจุน จะรับแสดงบท กษัตริย์ กวางแกโตในสมัยหนุ่ม ซึ่งมีชื่อว่า ทัมดัก บุคคลในประวัติศาสตร์เกาหลีซึ่งมีความสัมพันธ์ก่อเป็นรักสามเศร้ากับนางกำนัลชื่อ ซูจินี และกษัตริย์ อาชิน แห่ง แบคเจ
กษัตริย์ กวางแกโต เป็นบุคคลผู้พิชิตสงครามคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ถูกจารึกอยู่ในรัชสมัยสามอาณาจักรเท่านั้น ( 57 B.C.- A.D.688 ) แต่ตลอดจนเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศก็ว่าได้ ในช่วงที่เขาครองราชย์นั้นอาณาจักรของเขาไปจนถึงแมนจูเรีย ซึ่งปัจจุบันเป็นของสาธารณรัฐประชาชนจีน
“ผมรู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมทำงานกับผู้กำกับ คิม จองฮัก และผู้เขียนบทอย่างคุณ ซงจีนา ผมตัดสินใจเล่นบทนี้เพราะมีทีมงานเบื้องหลัง เก่งๆ และละครเรื่องนี้เป็นละครมหากาพย์ที่มีพล็อตเรื่อง น่าสนใจอย่างมาก “ เบ ยองจุนกล่าว

ทางด้านผู้กำกับ คิมจองฮัก ได้กล่าวถึงการเลือก เบ ยองจุน มารับบทเป็น ทัมดัก เพราะภาพลักษณ์ของเขามีความสุภาพอ่อนโยน และดูมีเสน่ห์นั้น เหมาะสมกับลักษณะนิสัยของ ทัมดัก ก็ เหมือนกับ โมนาร์ช ผู้ ที่โอบกอดทุกสิ่งรอบข้างของเขาไปด้วยความอบอุ่นและในขณะเดียวกันก็เป็นบุคคลที่ มีเสน่ห์อย่างมาก
เบ ยองจุนจะเริ่มรับงานแสดงบท กษัตริย์ กวางแกโต หลังจากที่เขาเสร็จจากการถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง April Snow ใน เดือน มิถุนายน ที่จะถึงนี้
“ บทบาทนี้จะแตกต่างจากบท อื่น ๆ ที่ ผมเคยเล่นมา ในแง่ของบทบาทที่มีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์น่าดึงดูด ผมจะเตรียมตัวรับบทบาทนี้หลังจากที่เสร็จจากเรื่อง “ April Snow “ เบ ยองจุน กล่าว

สถานที่ถ่ายทำและนักแสดงของเรื่องนี้ยังคงอยู่ในการคัดเลือก ในการถ่ายทำ จะเริ่มขึ้นในเดือน ตุลาคม ที่จะถึงนี้ และจะออกฉายในปีหน้า อย่างไรก็ตามยังไม่ได้เป็นที่ตกลงกันว่าจะออกฉายที่โทรทัศน์ช่องใด

เบ ยองจุนได้รับการขนานนามให้เป็น “ Yonsama “ จากแฟนชาวญี่ปุ่น เขาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วเอเชีย จาก บทบาทในละครเกาหลีเรื่อง Winter Sonata
เรียบเรียงข่าวจาก KBS Global และ Korea time

ความเห็น ค่ะ.

1. สมัยสามอาณาจักร( 57 B.C.- A.D.688 )
ที่ใช้ 57 B.C- A.D 688 เล่าเองก็สงสัยเอง เพราะ 57 B.C ถือ เป็น ปี ที่เริ่มต้น การสถาปนา กษัตริย์ องค์ ที่ 1 ของอาณาจักรชิลลา ซึ่ง เป็น ชนเผ่า เก่าแก่ หลายเผ่ามาก่อนตั้งแต่ อาณาจักร โคโซซอนล่มสลายเพราะ ฮั่น และอาณาจักรชิลลา น่า จะ สืบต่อมาถึง 912 ( และ 935 นับต่อ มีกษัตริย์ อีก 4 พระองค์ ถึง ปี ค.ศ 935 ) แต่ ปี 57 B. C. ก็ ยังไม่เกิด อาณาจักร โคคุเรียว โคคุเรียว นับเริ่มต้น ที่ 37 BC ส่วน อาณาจักรแพคเจ ก็ เริ่มต้นที่ 18 BC. .

ส่วนปีท้าย 688 คงพิมพ์ผิดเสียมากกว่า อาณาจักรแพคเจ ล่มสลาย ใน 660 และอาณาจักรโคคุเรียว ในปี 668
2. ตัว ละคร ซูจินี ที่ บอกว่า เป็นนางกำนัล และเป็นรักสามเศร้า กับ กษัตริย์ อาชิน คงเป็นการ ปรับเปลี่ยน บท ละคร ไป เรื่อยๆ เพราะคุณ ซงจีนา ต้อง ปรับเปลี่ยน แก้ไข บท หลายครั้ง ครั้งแรก คู่แข่ง ของ ทัมดัก คือ กษัตริย์ อาชิน แห่ง แพคเจ มีข่าว ว่า จะให้ ซงอิลกุ๊ก พระเอก จูมง รับบทบาท ซึ่งเรื่องนี้ ซงอิลกุ๊ก เคยบอกว่า ไม่ได้ รับการติดต่อ จาก ผู้ กำกับ คม จอง ฮัก แต่ อย่างใด
3. กำหนด เริ่มต้นการถ่ายทำ การ ออก อากาศ ก็ เลื่อน ออกไปหมดค่ะ

ลองติดตาม อ่านไปเรื่อยๆ นะคะ จะพบว่า ละคร เรื่องนี้ กว่าจะได้ ออกมาสู่สายตา ผู้ชม อย่างยากลำบาก ขนาดไหน ค่ะ

ในวันที่ 22 เม.ย2005 Joon family ก็ post ข่าวนี้ Tae Wang SA Shin Gi The Story Of The Great King And Four Gods วันเดียว กับ BYJtogether โดย แหล่งที่มา เดียวกัน คือ Quilt

Producer : Kim Jong-hak (PD) , Song Ji Na ( Scriptwriter) , The Sandglass, Dae Mang ( A Great Ambition ) ,24 episodes.

ในรายละเอียด ก็บอกว่า เบยองจุน รับบท ทัมดัก หรือคือ กษัตริย์ กวางแกโต มหาราช กษัตริย์ องค์ ที่ 19 ของอาณาจักร โคคุเรียว เป็นช่วงเวลา ที่ ทัมดัก มีอำนาจมากที่สุดในเอเชีย ตะวันออก ( แม้แต่ ราชวงศ์ของจีน ก็ยังพ่ายแพ้ ต่อ โคคุเรียว) เมื่อ พระชนม์ 11 ก็ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท เมื่อ พระชนม์16 ก็ ครองราชย์เป็นกษัตริย์ ใน ปี 396 ทัมดักไปโจมตี แพคเจ ( ซึ่งเป็น อาณาจักร อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของโคคุเรียว) และยึดครองบริเวณไปถึงด้านเหนือ ของแม่น้ำ ฮัน และ ทรงเอาชนะการรุกรานราชวงศ์ Yeon ของจีน ทำให้ Yeon พ่ายแพ้ หลังค.ศ.400 ทรงโจมตี ปราสาท ต่างๆ เป็น ร้อยปราสาท และหมู่บ้านต่างๆ เป็นพันหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ทรงสวรรคต ในพระชนม์ 39 พรรษา

มีการกล่าวถึง กษัตริย์ จูมง ผู้ก่อตั้ง โคคุเรียว โดยมี เทพเจ้า ทั้งสี่ Cheong-ryong ( blue Dragon )n Baek-ho ( White Tiger ), Joo Jak (Phoenix ) , Hyeon-Mu ( Simbolized as a turtle ) แต่ในประเทศญี่ปุ่น จะรู้จัก เทพเจ้าเหล่านี้ คือ Seiryuu, Byakko, Suzaku and Genbu ต่อมา กษัตริย์จูมงอภิเษกสมรกับซอซอนโนที่มีบทบาทสำคัญ ในการก่อตั้งอาณาจักร โคคุเรียว มี โอรส 2 องค์ คือ ออนโจ และพีริว แต่เมื่อ โอรสของจูมง กับชายาคนแรก มาที่โคคุเรียว เพื่อตามหาพระบิดา และได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท ซอซอนโน ก็พาโอรส ทั้ง 2 องค์ ไปทางทิศใต้ ตั้งอาณาจักร แพคเจ ดังนั้น โคคุเรียว และ แพคเจ จึงเป็น เมืองพี่ เมืองน้องกัน

วันเวลา ผ่านไป เทพเจ้าทั้งสี่ได้แยกตัวจากสังคม อยู่ อย่างสันโดษและเฝ้ามองดูความสัมพันธ์ของแพคเจและโคคุเรียวที่ค่อยๆเลวร้าย (และยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อกษัตริย์ของโคคุเรียวถูกปลงพระชนม์ในการต่อสู้ระหว่างแพคเจและโคคุเรียว)

ในคืนวันหนึ่ง Ju –ahn ฮยอนมู(เต่า) หนึ่งในเทพเจ้าทั้งสี่เห็นดาวสองดวงปรากฏบนท้องฟ้า และเพราะดวงหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากทางพระราชวังของแพคเจซึ่งเป็นดวงชะตาของการประสูติของ” “ SU “' ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามของกษัตริย์อาชิน ส่วนอีกดวงหนึ่งนั้นปรากฏขึ้นมาจากอาณาจักรโคคุเรียวอันเป็นดวงชะตาของการประสูติของ 'ทัมดัก' ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามของ กษัตริย์กวางแกโตมหาราช

เมื่อรู้ว่ามีเจ้านายองค์ใหม่ประสูติขึ้นบนโลกใบนี้ Ju -Ahn ซึ่งคอยอยู่บนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของแมนจูเรียพร้อมกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งคือ ซูจินีเพื่อดูว่าใครในสองคนนี้จะเป็นนายของตน ซูจินีเป็นเด็กกำพร้าที่ Ju- ahn เลี้ยงดูมาและซูจินีก็ถือว่า Ju- Ahn เป็นพ่อของนาง

เรื่องราวของละครเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าทั้งสี่ที่ตามหานาย กษัตริย์กวางแกโตมหาราชผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ ซูจินีผู้หญิงผู้เป็นที่รักของกษัตริย์กวางแกโตมหาราชและซูจินีก็เป็นคนที่กษัตริย์อาชินผู้ไร้ความปราณีหลงรักด้วยเช่นกัน

ที่ นำมาเล่า เพื่อ ให้เห็นว่า พล๊อตของ เรื่อง จากการ มีข่าว ในปี 2005 แตกต่าง จาก ละคร ที่ถ่ายทำจริง และ ยังมีการปรับเปลี่ยน พล๊อตเรื่อง อีก ก่อน มีการออนแอร์ และละคร เรื่องนี้ มีอุปสรรค มากมาย

Saturday, July 5, 2008

เล่าขาน ตำนานชนชาติเกาหลี ตอนที่ 2

มีข้อมูล อีกแหล่ง คือ อ่านพบมาจาก BYJtogether

ขอนำมาเล่าเป็น ตอน ๆ ที่ มีเรื่องเกี่ยวข้องกัน อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่า ประวัติศาสตร์เกาหลี มีการนำมาเขียน โดยมีแหล่งข้อมูลมาจากหลายที่ คนเล่า จึงใช้คำว่า ไม่ฟันธง ว่าเรื่องเล่านี้ เป็นประวัติศาสตร์ เป็นเพียง การนำบทความ จากหลาย ๆที่ ที่อ่านเจอมา เล่าสู่กันอ่านเท่านั้น แต่ก็ ต้องให้เครดิต กับต้นฉบับที่นำมาเล่าต่อ โดย คงข้อความของเจ้าของเรื่องเดิมเขาไว้นะคะ
ประวัติศาสตร์เกาหลี

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ได้มีการขุดค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหินที่บ่งบอกถึงการตั้งถิ่นฐานบนคาบสมุทรเกาหลีซึ่งมีอายุประมาณ 50,000 ปี ทำให้ทราบว่ามีผู้คนอาศัยอยู่บนคาบสมุทรเกาหลีมาตั้งแต่สมัยยุคหินเก่าแล้ว หลังจากนั้นได้มีการค้นพบเครื่องปั้นดินเผาที่ทำจากดินเหนียวปนทราบประเภทไห ซึ่งมีลักษณะลวดลายเป็นแนวยาว โดยนักโบราณคดีได้เรียกเครื่องปั้นดินเผารูปแบบนี้ว่า “เครื่องมือเครื่องใช้ลายฟันหวี” เครื่องปั้นดินเผาแบบนี้นั้น พบมากในบริเวณเอเชียเหนือและแถบไซบีเรีย

นอกจากนี้แล้ว ยังพบเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เช่น หัวธนูและมีดที่ทำจากหิน ฉมวกและตาข่ายดักปลา ทำให้ทราบว่า บรรพบุรุษชาวเกาหลีในสมัยก่อนนั้น ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบชายทะเล หาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลาและล่าสัตว์ จากนั้น ก็ได้มีการขยายการตั้งถิ่นฐานเข้ามาด้านในของคาบสมุทรมากขึ้น ได้มีการริเริ่มทำการเพาะปลูกขึ้นแล้วในสมัยนี้ หลังจากนั้นแล้ว ก็ได้มีการรับเอาเทคโนโลยีการผลิตโละหะสัมฤทธิ์จากจีนมาใช้ทำเป็นอาวุธ

ชาวเกาหลีในขณะนั้น อาศัยอยู่ตามถ้ำ มีการรวมกลุ่มกันครอบครัว และรวมตัวกันเป็นสายตระกูล โดยมีชายที่มีอายุมากที่สุดในสายตระกูลเป็นหัวหน้า เมื่อหัวหน้าตระกูลตัดสินใจอะไร สมาชิกก็ต้องปฏิบัติตาม ยกเว้นการตัดสินใจในเรื่องสำคัญจะมีการปรึกษากันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน นอกจากหัวหน้าสายตระกูลจะมีหน้าที่ทางด้านการปกครองแล้ว ยังมีหน้าที่ทางศาสนาด้วย ชาวเกาหลีในสมัยนั้นยังมีคติความเชื่อว่ามีวิญญาณในธรรมชาติและจักรวาล (Animism) และหัวหน้าตระกูลได้รับการยอมรับว่าสามารถติดต่อกับวิญญาณเหล่านี้ได้ ดังนั้น หัวหน้าตระกูลจึงต้องประกอบพิธีกรรมบวงสรวงวิญญาณเพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับสายตระกูลของตน

ลักษณะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คือ การห้ามแต่งงานในสายตระกูลเดียวกัน จึงทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสายตระกูล เมื่อความสัมพันธ์กว้างขวางขึ้น จึงเกิดการรวมตัวกันเป็นชนเผ่า มีชื่อว่า ชนเผ่าโชซอนเก่า

ยุคโชซอนเก่า (2333 ปีก่อนค.ศ.)

ในช่วง 300-400 ปีก่อนคริสตกาลนั้น ชนเผ่าโซชอนเก่านั้น มีอิทธิพลอยู่แถบบริเวณลุ่มแม่น้ำเหลียว ซึ่งหัวหน้าตระกูลนั้นได้รับอิทธิพลจากจีนจึงได้สถาปนาตนขึ้นเป็น “กษัตริย์” และตั้งเป็นอาณาจักรโชซอนเก่าขึ้น โดยกษัตริย์ของอาณาจักรโชซอนเก่านั้น สามารถรบชนะรัฐใกล้เคียงในบริเวณลุ่มแม่น้ำเหลียวได้อย่างมากมาย ทำให้อาณาจักรโซซอนสามารถมีอำนาจเหนือบริเวณลุ่มแม่น้ำเหลียวได้ทั้งหมด ต่อมาเมื่ออาณาจักรโชซอนเก่าเริ่มอ่อนแอลง รัฐต่างๆ ก็รวมตัวกันโดยมีรัฐเยนเป็นหัวหน้าเข้าโจมตีอาณาจักรโชซอนเก่า ทำให้อาณาจักรโชซอนเก่าต้องถึงจุดสิ้นสุดลง

การดำรงชีวิตของชนเผ่าโชซอนเก่านั้น มีการพัฒนาจากกการอาศัยอยู่ในถ้ำมาเป็นการสร้างบ้านด้วยไม้ โดยบ้านของชาวเกาหลีนั้น จะมีระบบทำความร้อนโดยการก่อไฟให้ความร้อนอยู่ใต้ถุนบ้าน และระบายควันออกทางปล่องไฟ ซึ่งบ้านแบบนี้ยังสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน นอกจากนั้นแล้ว มีการรับเทคโนโลยีการใช้เหล็กจากจีน ส่วนประเพณีการฝังศพนั้นในสมัยนี้จะใช้วิธีการขุดหลุมฝังศพหรือไม่ก็ทำเป็นเนินดิน ซึ่งคล้ายกับประเพณีการฝังศพแบบจีนหรือการทำฮวงซุ้ย

ในด้านการปกครองนั้น เมื่อมีการรวมกลุ่มกันมากขึ้น ก็จึงต้องมีข้อกำหนดร่วมกันมาบังคับใช้ในชุมชน โดยมีการจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับสมัยโชซอนเก่า เพื่อใช้ในการควบคุมประชาชนในอาณาจักรโชซอนเก่า ซึ่งกฎหมายนี้นั้นจะมีทั้งข้อกระทำผิดและบทลงโทษ เช่น หากขโมยสิ่งของ ก็ต้องไปรับใช้เจ้าของนั้น และต้องชดใช้ด้วยข้าวเปลือกให้แก่เจ้าของสินทรัพย์นั้น แสดงให้เห็นว่า ในสมัยนั้นได้มีทาสเกิดขึ้นแล้ว และมีข้าวเปลือกเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

ต่อมาเมื่อ 109 ปีก่อนคริสตกาล อาณาจักรจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่น ได้ขยายตัวมาทางคาบสมุทรเกาหลี โดยส่งกำลังเขายึดเมืองวังกอม เมืองหลวงของอาณาจักรโชซอนเก่า และรวมดินแดนโชซอนโบราณเข้ากับจีนได้เป็นผลสำเร็จ จากการที่จีนสามารถยึดครองอาณาจักรโชซอนเก่า ทำให้วัฒนธรรมของจีนได้ถูกปลูกฝังในดินแดนแถบนี้เป็นอย่างมาก

ในระหว่างนั้นเอง ได้มีการตั้งอาณาจักรโคกูเรียวขึ้นบริเวณที่ราบลุ่มระหว่างแม่น้ำทงกาและแม่น้ำอัมนก ซึ่งลักษณะการรวมตัวกันจะคล้ายกับการรวมตัวของชนเผ่าโชซอน คือรวมตัวกันในสายตระกูลหลายตระกูล โดยมีการจัดการปกครองที่มีประสิทธิภาพและมีสภาพสังคมที่ดี ชาวโคกูเรียวนั้นเป็นพวกนักรบที่มีความสามารถสูง ทำให้สามารถโจมตีอาณาจักรข้างเคียงได้อย่างมากมาย เช่น อาณาจักรพูยอและอาณาจักรโอกจอ เป็นต้น

เมื่อถึงสมัยสามก๊ก มีการแย่งชิงอำนาจเกิดขึ้นมากมายในดินแดนประเทศจีนรวมทั้งคาบสมุทรเกาหลีด้วย ทำให้การปกครองดูแลดินแดนทางแถบคาบสมุทรเกาหลีอ่อนกำลังลงจนในที่สุด อาณาจักรโคกูเรียว อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรเกาหลี ก็ได้เข้าโจมตีดินแดนของอาณาจักรโชซอนเก่าเป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ.313 ทำให้อาณาจักรโคกูเรียวสามารถมีอำนาจอยู่ทางตอนเหนือคาบสมุทรเกาหลีในเวลาต่อมา

ยุคสามอาณาจักร (สามก๊ก)( 57 ปีก่อนค.ศ. - ค.ศ. 668)

ในยุคสามอาณาจักรนั้น คาบสมุทรเกาหลีประกอบไปด้วยอาณาจักรต่างๆ คือ อาณาจักรโคกูเรียว อาณาจักรแพกเจ และอาณาจักรซิลลา ซึ่งทั้งสามอาณาจักรนั้น มีลักษณะการเมืองการปกครองที่แตกต่างกันไป
อาณาจักรโคกูเรียวนั้น เมื่อมีชัยชนะเหนือจีนแล้ว ทำให้อาณาจักรโคกูเรียวมีอาณาเขตกว้างขวาง เป็นที่หวั่นเกรงของอาณาจักรข้างเคียง ทำให้อาณาจักรถูกรุนรานบ่อยครั้ง ซึ่งครั้งที่ใหญ่ที่สุดคือในปี ค.ศ.342 ซึ่งอาณาจักรโคกูเรียวถูกรัฐเยนของชนเผ่าเสียนเป่ยโจมตีและยึดเมืองหลวงได้สำเร็จ แต่ต่อมาไม่นานอาณาจักรโคกูเรียวก็สามารถยึดดินแดนคืนจากรัฐเยนได้ ทำให้อาณาจักรโคกูเรียวจึงคิดหาวิธีป้องกันโดยการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับจีนและได้นำพุทธศาสนาจากเมืองจีนมาเผยแพร่ในอาณาจักรอีกด้วย หลังจากนั้นแล้ว ก็ได้ย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรมาอยู่ที่เปียงยาง

ในด้านการปกครองของอาณาจักรโคกูเรียวในส่วนกลางนั้น กษัตริย์ทรงแต่งตั้งขุนนางขึ้นมาบริหารประเทศ โดยแบ่งขุนนางออกเป็น 16 ระดับ โดยตำแหน่งของขุนนางในสมัยนี้นั้น ไม่สามารถสืบเชื้อสายในวงศ์ตระกูลได้ การปกครองส่วนภูมิภาคนั้น เนื่องจากอาณาจักรโคกูเรียวมีอาณาเขตกว้างขวาง จึงได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 เขต โดยกษัตริย์ทรงแต่งตั้งเจ้าเมืองไปปกครองในแต่ละเขต ซึ่งอำนาจหน้าที่ของเจ้าเมืองนั้นได้แก่ การบริหารท้องถิ่น การบัญชาการทหาร และการเก็บภาษีอากรส่งให้ส่วนกลาง โดยอาณาจักรโคกูเรียวนั้นได้มีกฎหมายโดยเน้นในเรื่องการเก็บภาษีเป็นหลักเพื่อนำมาภาษีเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า อาณาจักรโคกูเรียวได้พัฒนาในเรื่องการปกครองให้มีระเบียบแบบแผนมากขึ้นจากเดิมอย่างมากมาย

อาณาจักรแพกเจกำเนิดขึ้นทางตอนใต้ของอาณาจักรโคกูเรียว เกิดจากการรวมตัวของชนเผ่าต่างๆ ซึ่งมีระยะเวลาการพัฒนาการเป็นอาณาจักรสั้นกว่าของอาณาจักรโคกูเรียวอย่างมาก ทำให้ระบบการปกครองของอาณาจักรแพกเจในระยะแรกยังไม่เป็นระเบียบเท่าที่ควร แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบการปกครองขึ้น โดยในส่วนกลาง มีการแบ่งตำแหน่งการบริหารออกเป็น 16 ระดับ โดยแบ่งเป็น 3 สาย ซึ่งในสายแรกนั้นจะบริหารในหน้าที่สำคัญๆ ของอาณาจักร เช่น การทหาร การคลัง การปกครอง เป็นต้นซึ่งแต่ละตำแหน่งขุนนางจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 3 ปีเท่านั้นเพื่อป้องกันการสร้างอำนาจขึ้นต่อต้านอาณาจักร และการในส่วนภูมิภาคนั้น อาณาจักรแพกเจได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 เขต ตามทิศต่างๆ คือ เขตภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคกลาง โดยจะมีผู้ว่าการเขตซึ่งเป็นพลเรือนที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลางให้บริหารปกครองในแต่ละเขต

ส่วนอาณาจักรสุดท้ายคืออาณาจักรซิลลานั้นรูปแบบการปกครองจะคล้ายกับสองอาณาจักรแรก แต่จะแตกต่างจากสองอาณาจักรแรกคือ มีการแบ่งชนชั้นทางสังคม และตำแหน่งทางราชการสามารถสืบตำแหน่งทางสายตระกูลได้ โดยระบบชนชั้นทางสังคมในระยะแรกนั้นแบ่งออกเป็น 8 ระดับ โดยชนชั้นสูง 2 ระดับแรกจะเป็นชนชั้นกษัตริย์และราชวงศ์ ชนชั้นระดับที่ 3 และ 4 เท่านั้นที่สามารถเป็นขุนนางได้ ชนชั้นที่เหลือไม่มีสิทธิที่จะเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาได้เลย แต่ต่อมาก็ได้มีการแก้ไขให้ชนชั้นกลางสามารถรับราชการได้ ส่วนการบริหารภูมิภาคนั้น ได้แบ่งการปกครองออกเป็นจังหวัดย่อยๆ มากมาย เพื่อให้สามารถควบคุมประชากรและเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า 2 อาณาจักรแรก

ในระยะแรกของสมัยสามอาณาจักรนั้น ประชากรดำรงชีวิตอย่างสงบ ปราศจากสงคราม เนื่องจากประเทศจีนอยู่ในภาวะระส่ำระสาย แต่เมื่อจีนมีการปกครองอย่างมั่นคงในราชวงศ์สุยแล้ว ก็เกิดการแย่งชิงอำนาจกันขึ้นในดินแดน โดยการปกครองของอาณาจักรซิลลานั้นเข้มแข็งขึ้นอย่างมาก เป็นเหตุให้อีกสองอาณาจักรหวาดระแวงว่าจะเกิดสงครามขึ้น จึงได้ทำสัญญาไมตรีร่วมกัน ทำให้อาณาจักรซิลลาต้องแสวงหาพันธมิตรบ้าง จึงได้หันไปเป็นพันธมิตรกับราชวงศ์สุยของจีน ต่อมา ภาวะสงครามก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยจีนบุกเข้าโจมตีอาณาจักรโคกูเรียวทางด้านทิศเหนือ แต่ก็ถูกอาณาจักรโคกูเรียวต้านไว้ได้ หลังจากนั้นไม่นาน ราชวงศ์สุยของจีนก็เสื่อมอำนาจและราชวงศ์ถังก็ก้าวขึ้นมามีอำนาจแทนที่ ต่อมาอาณาจักรโคกูเรียวเข้าโจมตีอาณาจักรซิลลาเพื่อหวังที่จะตัดทางเชื่อมต่อกับระหว่างอาณาจักรซิลลากับจีน เมื่อกษัตริย์ราชวงศ์ถังของจีนเห็นดังนั้น จึงอ้างความเป็นพันธมิตรขอร้องให้อาณาจักรโคกูเรียวถอนกำลังออกจากอาณาจักรซิลลา แต่ได้รับการปฏิเสธทำให้พันธมิตรทั้งสองฝ่ายบาดหมางกันยิ่งขึ้น

ต่อมา อาณาจักรซิลลาได้เข้าโจมตีอาณาจักรแพกเจได้สำเร็จ และต่อมาจึงได้ร่วมมือกับจีนตีขนาบอาณาจักรโคกูเรียวโดยจีนเข้ามาทางทิศเหนือ และอาณาจักรซิลลาเข้าโจมตีทางทิศใต้ จนในที่สุด อาณาจักรโคกูเรียวก็ได้ล่มสลายไปในคราวนั้นเอง

ภายหลังจากที่อาณาจักรโคกูเรียวที่ถูกตีแตกนั้น ชาวโคกูเรียวได้อพยพขึ้นเหนือไปในเขตแมนจูเรีย และได้ไปตั้งอาณาจักรใหม่ขึ้นชื่อว่า อาณาจักรพัลแฮ ต่อมาก็ได้ขยายดินแดนลงมาในคาบสมุทรเกาหลีมากขึ้น โดยสามารถยึดดินแดนที่เคยเป็นอาณาจักรโคกูเรียวเดิมส่วนมากได้สำเร็จ แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 10 ก็ถูกชาวคีตันโจมตี พวกชนชั้นปกครองจึงได้อพยพมาตั้งอาณาจักรใหม่ชื่อว่า อาณาจักรโคเรียว

(ที่มา: cyberlab มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จาก BYJtogether )

ขอแสดงความเห็นส่วนตัวค่ะ

ราชวงศ์ฮั่นของจีน

อยู่ระหว่าง ปี พ.ศ. 337- 763 ( เทียบเป็น ค.ศ. คือ ก่อน ค.ศ. 106 ปี ถึง ค.ศ. 220 และเริ่ม เกิด เรื่องราวของ สามก๊ก ของจีน เกิดขึ้น โดยยังถือเรื่องราว ของสามก๊ก นี้ เป็นเรื่องราวของราชวงศ์ฮั่นอยู่ และถือ ว่า ราชวงศ์ฮั่น นี้ยืนยาวมาจนปี พ.ศ. 969 ( ค.ศ. 426) โดย ระหว่างนี้ มีราชวงศ์ จิ้น ค.ศ.317-420 ) เกิดซ้อนขึ้นมา โดย ลูกหลาน สายตระกูล ของสุมาอี้ ( ทหาร ของ โจโฉ ) ชื่อ สุมาเอี๋ยน เป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์ จิ้น ขึ้นมา หลังจาก ปลดกษัตริย์ ลูกหลาน สายตระกูลของโจโฉ เป็นสามัญชน)

ดังนั้น รัชสมัย ของกษัตริย์กวางแกโท มหาราช หรือ กษัตริย์ Yeongnak หรือ ทัมด๊ก ก็ เป็นช่วง ปลาย ราชวงศ์ ฮั่น

คำว่ารัฐ เยน น่าจะเป็น ยาน ในละครตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ หรือ คือ รัฐ เยี่ยน กระมังนะคะ

ส่วนคำว่า สามก๊ก ใน เรื่องของ ประวัติเกาหลี หมายถึง ยุค สาม อาณาจักร หรือ ซัมคุกยูซา คนละสามก๊กของจีน นะคะ ทั้งจีนและเกาหลี ต่างมี สามก๊กของชนชาติของตนนะคะ

ระเบียบ การปกครอง ของโคกูเรียว มีการ เปลี่ยนแปลง พัฒนา มาจาก ทัมด๊ก กษัตริย์ องค์ที่19

การย้ายเมืองหลวง ของโคกูเรียว จาก ปราสาท โกกแน ไปอยู่ที่เปียงยาง เกิดใน รัชสมัย กษัตริย์ Jang su พระโอรส กษัตริย์ กวางแก โท มหาราช ใน ปี ค.ศ. 427 ( กษัตริย์ ยูริ ย้ายเมืองหลวงจาก Jolbon ไปที่ Guknae Seong.)

บทความนี้ กล่าวถึงการเกิดอาณาจักรแพคเจ ซึ่งไม่ได้ลงรายละเอียดอย่างไร และใช้คำว่า เกิดจากการรวมตัวของชนเผ่าต่างๆ ข้อความนี้แตกต่าง กับ เรื่องราวจากแหล่งอื่นๆนะคะ จากแหล่งอื่น แพคเจ ก่อตั้งโดย องค์ ชาย ออนโจ โดยรวม เมืองของ องค์ชายองค์พี่ พีรู เข้าด้วยกัน แต่บรรยายถึงระบบการปกครอง ของแพคเจ อ่านแล้วจะเหมือนกัน เรื่อง ขุนนาง 16 ระดับ และ มี 5 เขต (มีข้อแตกต่าง ที่ ขุนนางแพคเจอยู่ในตำแหน่งได้ 3 ปี )ก็ไม่แปลก หาก แพคเจ ก็คือ เมืองน้อง ของโดคุริออ ตาม ที่ละครจูมงสื่อไว้ และ ใน วิกิพีเดีย

มีข้อความกล่าวถึงราชวงศ์ ของจีน คือ ฮั่น สุย และถัง

ขอแนะนำ ละคร ที่เกี่ยวพัน กับราชวงศ์ สุย เป็นซีรี่ส์จีน ยาวมาก คือ เรื่องศึกลำน้ำเลือด เป็นเรื่องราว ของปลายราชวงศ์ สุย และเป็นการเริ่มต้นของราชวงศ์ ถัง
ลำน้ำเลือดนี้เป็นความโหดร้ายของกษัตริย์ สุยหยางตี้ (หยางกวาง)ทรงโหดเหี้ยมทารุณและทรงฟุ่มเฟือย เกณฑ์แรงงาน ประชาชน ประมาณ 3-6 ล้าน คน ขุดคลอง ต้าหวินเหอ หรือ ต้าหยุนเหอ เพื่อ เชื่อมแม่น้ำฮวงโหทางภาคเหนือ และแม่น้ำแยงซีเกียงทางภาคใต้ เป็นการเชื่อมต่อทางน้ำ ของมณฑลเหอเป่ย ชานตุง เจียงซู และเจ๋อเจียงเข้าด้วยกัน เพื่อ ใช้สำหรับการล่องเรือท่องเที่ยวเพื่อความสำราญส่วนพระองค์ จากปักกิ่งมายังหังโจว รวม 1,800 กิโลเมตร แบ่งเป็น 24 ช่วง 60 สะพาน เป็นคลองขุดที่ยาวที่สุดในโลกโบราณ เร่งก่อสร้างให้เสร็จภายใน 6 ปี จึงมีผู้คนล้มตายจำนวนมหาศาล ( เอ้อเฮอ พอ ๆ กับกำแพงเมืองจีนของจิ๋นซี ฮ่องเต้ แต่ นั่น สื่อว่า เป็นการสร้างกำแพงเมือง เพื่อป้องกันการรุกรานของชาติอื่น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ความร่มเย็นเป็นสุข ของลูกหลานวันข้างหน้า และกลายมาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ หนึ่งใน เจ็ดของโลก เมื่อ สมัย คนเล่า ต้องท่องไว้ ใช้สอบ เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว)

ละคร เรื่องนี้ จะทำได้รู้จัก หลี่หยวน ปฐมกษัตริย์ ถังเกาจู ฮ่องเต้ รวม ทั้ง หลี่ซื่อหมิง ที่สืบต่อ เป็น ถังไท่จงฮ่องเต้ แล้วก็เกิด พระสนม บูเหม่ยเหนียง เมื่อ ถังไท่จง ฮ่องเต้ สิ้นพระชนม์ พระโอรส ถังเกาจงฮ่องเต้ ครองราชย์ต่อ ได้สึก แม่ชี บูเหม่ยเหนียง พระสนมของพระบิดา มาเป็นสนมเอกของพระองค์ จนเกิดเป็นเรื่องราว ของ บูเซ๊กเทียน ขึ้นมา ทุกท่านคงรู้จัก บูเซ็กเทียน ที่ยกตัวเองขึ้นเป็น ฮ่องเต้หญิง แล้วนะคะ แม้จะเป็นหญิงโหดเหี้ยม สร้างตัวเองเป็นใหญ่ แต่ บูเซ็กเทียน นับว่า เป็นพุทธศาสนิกชน ทำบุญเลี้ยงพระ สร้างวัดวาอาราม แต่งหนังสือทางพุทธศาสนา (ลึกๆ ในพระทัยของพระนาง คงเพื่อไถ่บาป กระมังนะคะ) แล้ว มาเล่า ทำไม เรื่องของแผ่นดินจีน ก็ เพราะ ในช่วงราชวงศ์ถัง ที่ 2 หลีซือหมิง หรือ ถังไท่จง ฮ่องเต้ นี่แหละ ที่ส่งพระถังซำจั๋ง ไปอัญเชิญพระไตรปิฎก จากอินเดีย ไปถึงวัดนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์ ของศาสนาพุทธ ที่อินเดีย และในละคร บูเซ็กเทียน นี่แหละ มีการกล่าวถึง การถวายเครื่องราชบรรณาการจากเกาหลี ในฐานะ เมืองขึ้น ของราชวงศ์ถัง ค่ะ ใน ซีรี่ส์ ใช้ชื่อ ว่า เกาหลี นะคะ เพราะ คนแปล เป็นไทย แปลมาอย่างนั้น เมื่อโยงเข้าด้วยกัน นี่คือ ยุค ที่ อาณาจักร แพคเจ และ โคคุเรียว ล่มสลาย

ราชวงศ์ถัง นี้ อยู่ระหว่าง ค.ศ. 618 - ค.ศ. 906

ราชวงศ์ถังล่มสลาย ก็ต่อด้วย ราชวงศ์ ซ่ง หรือซ้อง

และในปลายราชวงศ์ ถัง และ ซ่ง นี้ เป็น ช่วง ที่ชาว คีคัน มาโจม โต ชาว คิตัน นี้ ก็ คือ มองโกล ค่ะ แล้วก็ มาบรรจบ พบกับละคร เรื่อง เจงกีสข่าน แล้วล่ะค่ะ เชิญติดตาม ใน ทีวี ได้นะคะ

กลับมาประเทศเกาหลี ค่ะ

มาถึงเรื่องของ อาณาจักร โคคุเรียว (โคคุริออ) ว่า เกิด อาณาจักร แพคเจ ขึ้นอีก 1 อาณาจักร ในช่วง กษัตริย์ ยูริ กษัตริย์ องค์ที่ 2 ของ โคคุเรียว นะคะ

ยูริพระโอรส ของจูมง กับพระชายา เดิม เยโซยา ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 ของโคคุเรียว ในระหว่างปี (19 BCE-18 CE )

ในละครจูมง จะสื่อ ความ อัจฉริยะ ฉลาด กล้าหาญ มีฝีมือเก่งกาจ ในการต่อสู้ ขององค์ชาย ยูริ เสียจน ถึงแม้ว่า องค์ชาย Biryu และองค์ชาย Onjo เป็นโอรส ของกษัตริย์จูมง จริง กษัตริย์ จูมง ก็ต้องยกตำแหน่งรัชทายาทให้ เมื่อ นับตามวัยวุฒิ ก็เป็นโอรส องค์โต ด้วย เมื่อยูริขึ้นเป็นกษัตริย์ ก่อนองค์ ชาย Onjo สถาปนา อาณาจักร Baekje 1 ปี และทรงพระชนม์สั้นกว่า กษัตริย์ Onjo ซึ่งอยู่ในราชสมบัติ แพคเจระหว่างปี ( 18 BCE -29 CE )

กษัตริย์ Yuri ถูกกล่าวขวัญว่า Yuri is described as a powerful and military successful King. He conquered Xiongnu tribe in 9 BCE.
และ In 3 BCE กษัตริย์ Yuri ได้ย้ายเมืองหลวงจาก Jolbon ไปที่ GUKNAE SEONG ( ปราสาทโกกแน ของ ทัมด๊ก ในละคร ตำนาน จอมกษัตริย์ เทพสวรรค์ของเรา นั่นเอง)

กษัตริย์Yuri มีพระโอรส 5 พระองค์ พระโอรส องค์โตสิ้นพระชนม์ไปก่อน ทรงตั้งพระโอรสองค์ที่ 2 เป็นรัชทายาท ต่อมา ทรงเห็นว่า รัชทายาท เป็นคนดื้อดึง ใจร้อน ไม่รอบคอบ ทรงตั้งรัชทายาทใหม่ เป็น พระโอรสองค์ ที่ 3 ซึ่งมีพระมารดา เป็น ธิดา ของเมือง Song Yang ( ในละครจูมง มีชื่อนี้ ด้วย จำกันได้ไหม แต่ กลายเป็นชื่อของ บุคคล ที่เป็นหัวหน้า แคว้น บีเรียว ชายสูงอายุ ที่ ยึดอำนาจ ผู้นำสูงสุด ของโชลบน ไปจาก ยอนทาบัล และซอซอนโน และยังไปยอมสวามิภักดิ์ กับเจ้าเมือง ฮยอนโท พ่อของชุนหลาน ชายา ของ องค์ชายแทโช ทำให้ วุ่นมากขึ้นไหมกับคำอธิบายนี้))
กษัตริย์ Yuri พระชนม์ สั้น เพียง 37 พรรษา เอง เมื่อ
พระโอรส องค์ ที่ 3 ขึ้นครองราชย์ เป็นกษัตริย์ องค์ที่ 3 ของโคคุเรียว กษัตริย์ Daemusin ( ค.ศ. 18-44)
เป็นผู้ สังหาร กษัตริย์ Daeso ของ โดงบูยอ ใน ปี 22 CE

( กษัตริย์ Daeso ที่เป็นคู่ปรับของกษัตริย์ จูมง ในเมือง โดงบูยอ อายุยืน จนมาถึงรุ่นพระนัดดา ของกษัตริย์ จูมง เชียวนะ แต่ถ้านับตามข้อมูล นี้แล้ว กษัตริย์ กึมวา อยู่บนบัลลังก์ โดงบูยอ ปี 48 BCE-7 BCE และกษัตริย์ แทโช ขึ้นครองราชย์ ระหว่าง ปี 7 BCE – 22 CE ดังนั้น กษัตริย์ แทโช ครองราชย์ โดงบูยอ หลัง จูมง สิ้นพระชนม์ กษัตริย์ จูมง มีสัมพันธ์ ที่ดี กับกษัตริย์ กึมวา เพราะพระมารดา Yuhwa ยังคงอยู่ ที่ โดงบูยอ เมื่อสิ้นพระชนม์ในขณะ ที่ จูมงขึ้นเป็นกษัตริย์ของโคคุเรียวแล้วหลายปี กษัตริย์ กึมวา ทรงจัดพิธีพระศพของ Yuhwa ในฐานะ ราชินี และแม่ของแผ่นดิน ทั้งที่ Yuhwa มิใช่ราชินี ของ โดงบูยอ

กษัตริย์ แทโช ยกกองทัพมา ตี โคคุเรียว 2 ครั้ง ในรัชสมัย Yuri 1 ครั้ง และ รัชสมัย ของ Daemusin และสิ้นพระชนม์ เพราะ กษัตริย์ องค์ที่3 ของ โคคุเรียว นี่เอง และถือว่า โดงบูบอ ล่มสลายหลัง กษัตริย์ แทโช สิ้นพระชนม์ แม้จะทรงมีพระอนุชา อีกรวม 6 พระองค์ ซึ่งไม่ได้กล่าวว่า พระอนุชา เป็นอย่างไรถ้าดูตามบุคลิกของกษัตริย์แทโช ตามบทละครจูมงมหาบุรุษกู้บัลลังก์ พระอนุชา อาจถูก กำจัดทิ้งไปก่อนหน้านี่ Amornbyj สันนิษฐานเองค่ะ)

มาถึงตรงนี้ อาณาจักร บูยอ ทั้ง 3 บูยอ ล่มสลายหมดเช่นกัน ทั้ง บูยอ บุกบูยอ และโดงบูบอ

จาก วิกิพีเดีย

ขอเรียงความ ใหม่ ถึง การเกิด และล่มสลายของอาณาจักร บนคาบสมุทรเกาหลี หลังการสถาปนาของ

อาณาจักร โคคุริออ (โคคุเรียว ) 37 BCE - 668 CE มีกษัตริย์ รวม 28 พระองค์
แพคเจ 18 BCE -660 CE มีกษัตริย์ 31 พระองค์
ชิลลา - Pre Unification 57 BCE – 661 CE มีกษัตริย์ 29 พระองค์
ชิลลา -post Unification 661 CE - 912 CE มี กษัตริย์ นับต่อ จาก ชิลลา Pre Unification นับต่อ องค์ที่30-52 คืออีก 23 พระองค์
อาณาจักร กายา ที่เป็นอาณาจักร ถึงปี ค.ศ. 42- 562 มีกษัตริย์(ประมาณ ) 26 พระองค์
อาณาจักร Balhae 669 CE – 926 CE มีกษัตริย์ 15 พระองค์
อาณาจักร Goryeo 877 CE- 1392 CE มีกษัตริย์ 34 พระองค์
อาณาจักร Joseon 1335 CE-1408 CE , 1392 CE - 1863 CE มีกษัตริย์ 27 พระองค์
Korean Empire มี King of Korea ในปี 1863CE -1897 CEและสุดท้าย Emperor of Korea 1897 CE -1907 CE รวม เป็น กษัตริย์ 2 พระองค์

เป็นอันสิ้นสุด ระบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีกษัตริย์ ปกครองประเทศ ของ ประเทศเกาหลี

ขอสรุปว่า อาณาจักร โคคุริออ (โคคุเรียว ) มีอายุ 705 ปี
อาณาจักร แพคเจ มีอายุ 678 ปี
อาณาจักร ชิลลา ก่อตั้ง ก่อน อาณาจักร โคคุริออ และล่มสลายภายหลังสุด ของยุค สาม อาณาจักร รวม มีอายุ 969 ปี
และเกิด อาณาจักร โคริออ ซ้อนขึ้นมาในช่วง ค.ศ. 877

มีหนังสือ อีกฉบับ this is korea เป็นนิตยสารนำเที่ยว ประเทศเกาหลี ตีพิมพ์ ขาย ในช่วงละคร แดจังกึม กำลังออนแอร์ ที่บ้านเรา เล่าว่า

ในปี 660 เบคเจ พ่ายแพ้ต่อ ชิลลา ประเทศเบคเจ มีเมืองหลวงสุดท้ายชื่อ พูยอ โดยย้ายมาจาก คงจู (472-539 ) ที่เมือง คงจู ในปัจจุบัน มี พิพิธภัณฑ์ แห่งชาติ คงจู เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติจากสุสาน ของกษัตริย์ มู ของแพคเจ แม้ว่าส่วนใหญ่ สุสานจะถูกทำลายไปแล้ว แต่สุสานของกษัตริย์ มู นี้ ยังอยู่ในสภาพเดิม จนกระทั่งมีการขุดค้นใน ปี 1971

(กษัตริย์ mu พระองค์ นี้ ก็ คือ อาชาง หรือ ซอดอง จาก ซีรีส์ ชอดองโย สายใยรักสองแผ่นดิน เป็นความรักของเจ้าชาย ที่กลายเป็นกษัตริย์ องค์ ที่ 30 ของแพคเจ และเจ้าหญิง ซันวา จากชิลลา )

ที่เมือง พูยอ มี หน้าผา นักความฮัม บนฝั่งแม่น้ำ เป็นที่เกิด โศกนาฎกรรม เมื่อ เบคเจ ถูกรุกรานนั้น (โดยซิลลา) นางใน 3,000 คน ได้มาโดดน้ำตายเพื่อให้รอดพ้น การถูกข่มเหงโดยทหารฝ่ายตรงข้าม ภาพหญิงสาวในเสื้อผ้าสีสดใส พากันกระโดดจากหน้าผา ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่า “ผาแห่งดอกไม้ที่ร่วงหล่น”
น่าเศร้าใจ จริงๆ

ส่วนในหนังสือ เปิดประตุ สู่เกาหลี ( โดย คิม โอะจุง -ผู้เขียน )กล่าวไว้ว่า

เมื่อ โคโซซอน ล่มสลาย บรรดาเมืองต่างๆ ที่เคยอยู่ใต้การปกครอง ก็แตกแยกเป็น ประเทศเล็กประเทศน้อย ถึง 7 ประเทศ และต่างก็ทำสงครามแย่งความเป็นใหญ่กันจนเหลือ 4 ประเทศ คือ โคคุริออ แพคเจ ชิลลา และกายา แล้วในปี ค.ศ. 562 กายา ก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของชิลลา ทำให้คาบสมุทรเกาหลี เหลือเพียง 3 ประเทศ

ยุคนี้เป็นยุคที่วุ่นวายและซับซ้อนอย่างยิ่ง เพราะต่างฝ่ายต่างทำสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่กันของ 3 ประเทศ ในขณะที่แพคเจต่อสู้กับชิลลานั้น โคคุริออ ก็ต่อสู้กับจีน (ราชวงศ์ถัง) จีนจึงไม่สามารถช่วยชิลลาได้ ชิลลาได้ยื่นข้อเสนอกับจีนอย่างลับๆว่า ถ้าช่วยตี โคคุริออกับแพคเจได้ จะยกแผ่นดินในภาคเหนือ ของโคคุริออให้จีน จีนจึงตกลง เมื่อทำสำเร็จแล้ว แพคเจ กับโคคุริออ จึงล่มสลาย จีนผิดสัญญา โดยการพยายามครอบครองคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมด ชิลลาจึงไปช่วย โคคุริออ และแพคเจ ขับไล่ทหารจีนออกจากคาบสมุทรเกาหลี ทั้ง 3 ประเทศ จึงรวมเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อ 3 ประเทศ รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก็น่าจะยุติด้วยดีแล้ว แต่การณ์ไม่เป็นเช่นนั้น ในปลาย คริสต์ศตวรรษ ที่ 9 บ้านเมืองก็เริ่มไม่สงบอีก เพราะการฉ้อราษฎร์บังหลวง ของบรรดาขุนนาง ชิลลา ในขณะเดียวกันเมืองแพคเจ และโคคุริออ ได้มีคนดีมีฝีมือเกิดขึ้น จึงแยกตนเป็นอิสระอีกครั้ง เกิดเป็นประเทศแพคเจยุคหลัง และ โคคุริออ ยุคหลัง กลับเป็น 3 ประเทศเช่นเดิม สำหรับประเทศ โคคุริออยุคหลังนี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น โคริออ โดยกษัตริย์ วังกอน ช่วงนี้จึงเรียกว่า 3 ประเทศยุคหลัง


ต่อมา โคริออ พยายามจะรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่นจึงเกิดการทำสงครามกันอีก ในปี ค.ศ. 936 ก็สามารถรวม แพคเจและชิลลา ให้กลับมาเป็นประเทศเดียวกันอีกบนคาบสมุทรเกาหลี ในชื่อประเทศใหม่ว่า โคริออ นับเป็นการสิ้นสุดของสมัย 3 ประเทศยุคหลัง ยุติการทำสงครามระหว่างประเทศต่างๆ บนคาบสมุทรเกาหลี

สมัย โคริออ

โคริออ มีความมั่นคงและเป็นปึกแผ่นอย่างยิ่ง ในยุคนี้เอง ก็เริ่มทำการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ โคริออ เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น และในการค้าขายกับคนต่างชาตินี้เองเป็นที่มาของคำว่า KOREA ( โคเรีย) เนื่องมาจากพ่อค้าชาวอาระเบียจะเรียก โคริออ ว่า โคเรีย
(ชาวตะวันตกเรียก ชาวเกาหลีว่า โคเรีย Korea ตามพ่อค้าชาวอารเบีย คนไทยออกเสียงตามภาษาจีน ทั้ง โคเรีย และเกาหลี มาจากอักษร จีนตัวเดียวกัน ไม่มีแป้น ภาษาจีน ให้ key ค่ะ)

( มีการเล่าถึงอาณาจักร โคริออ จากอีกแหล่งว่า

อาณาจักรโคเรียว (ค.ศ.918 - ค.ศ. 935)
ผู้ก่อตั้ง อาณาจักรโคเรียว วังกอน ซึ่งเคยเป็นนายพลของเจ้าชายผู้ก่อกบฏแห่งซิลลา ได้เลือกบ้านเกิดที่ซองโตปัจจุบันคือเมืองแกซอง เป็นฐานของอาณาจักรของตน โดยประกาศนโยบายที่จะนำดินแดนโคกูเรียวในแมจูเรียที่เสียไปคืน ดังนั้นจึงตั้งชื่ออาณาจักรว่า โคเรียว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกาหลีในปัจจุบัน
ในตอนเริ่มแรก ราชสำนักโคเรียวรับศาสนาพุทธมาปรับใช้เป็นศาสนาประจำรัฐ ศาสนาพุทธมีความเจริญรุ่งเรืองทำให้เกิดศรัทธาในการสร้างวัดและแกะสลักพระพุทธรูป เช่นเดียวกับการวาดภาพบนแผ่นโลหะหรือแผ่นไม้ แต่วัดและพระสงฆ์มีอำนาจในการปกครองอย่างเหลือล้น ต่อมาในปลายของอาณาจักร ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างขุนนางพลเรือนกับนักรบ และระหว่างผู้นับถือขงจื๊อกับศาสนาพุทธ ทำให้อาณาจักรอ่อนแอ มองโกลซึ่งเริ่มต้นรุกรานในปี ค.ศ.1231 ในที่สุดจึงยึดครองโคเรียวได้ในคริสต์ศตวรรษนี้

ที่มา: cyberlab มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จาก BYJtogether )

( หากใครดู ซีรี่ส์ ใน ทีวี เรื่อง เจงกีสข่าน ที่ ถ่ายทำ โดยจีนแผ่นดินใหญ่) จะพบว่า ในช่วง ค.ศ. 1200 ต้นๆ (1203) นี้ เตมูจิน กำลังต่อสู้ กับชนเผ่า มองโกลด้วยกัน อยู่ กำลังใกล้ จะรวม มองโกล เป็นหนึ่งเดียว แล้วหลังจากนั้น ก็จะเป็น เจงกีสข่านผู้ยิ่งใหญ่ บุกตะลุย ยึดดินแดน ต่างๆ จีน เกาหลี ไปทั้งยุโรป รัสเชียแล้ว สำหรับจีน น่าจะกำลังอยู่ในราชวงศ์ ซ่ง หรือซ้อง หลานชายของเจงกีสข่าน ก็ กุบไลข่าน แล้ว ก็ มาเกี่ยวพัน กับ อมตะ นิยายกำลังภายในจีน ของกิมย้ง มังกรหยก ภาค1 ก๊วยเจ๋ง นั่นเอง พันวันพัลเก อีรุงตุงนังเชียวนะคะ)

ก็พยายามเก็บข้อมูล มาให้อ่าน แล้วท่านผู้อ่าน ก็ใช้ วิชา data processing ให้ กับแต่ละท่านเองก็แล้วกัน

ข้อมูลเปิดประตูสู่เกาหลี โดย คิม โฮะ จุง ต่อนะคะ

ในช่วงศตวรรษที่ 12 -13 โคริออ ก็เกิดความไม่สงบทั้งจากปัญหาภายในประเทศ และการรุกรานของประเทศจีน จนใน คริสต์ศตวรรษ ที่ 14 โคริออ ก็ถูกนายพล ลีซองแก แม่ทัพของ โคริออ นำกองทัพเข้ายึดอำนาจ เพราะเห็นว่า กษัตริย์ อ่อนแอ ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขได้ จึงตั้งตนเป็นกษัตริย์ และเปลี่ยนชื่อประเทศ โคริออ เป็น โซซอน ตามชื่อประเทศแรก บนคาบสมุทรเกาหลี คือ โคโซซอน ( ซึ่ง ทันกุน วังค็อม เป็นผู้สร้าง เมื่อลงมาจากภูเขา แพคดูซัน)

สมัย โซซอน

เมื่อ โคริออ เปลี่ยนชื่อเป็นประเทศ โซซอน นายพล ลีซองแกได้ย้ายเมืองหลวงมาตั้งที่เมือง ฮันยัง (ซึ่งคือกรุง โซล ในปัจจุบันนี้ ) ในยุคนี้มีกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถหลายพระองค์ โดย เฉพาะ พระเจ้า เซ จง แด วัง ได้ ประดิษฐ์ อักษรเกาหลีที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน

ในเวลาต่อมา โซซอน เริ่มอ่อนแอลง ญี่ปุ่นจึงเข้ามารุกรานและทำสงคราม กันเป็นเวลายาวนานถึง 7 ปี ในที่สุด โซซอน ก็ขับไล่ญี่ปุ่นออกไปได้ แต่ประเทศก็ประสบความเสียหายอย่างหนักอีกครั้ง
เมื่อหลายสิบปีต่อมา จีนก็เข้ามารุกราน โซซอน จนกษัตริย์ โซซอน ต้องขอทำสัญญายุติสงคราม

โซซอน ก็ว่างเว้นจากการทำสงครามไปอีกประมาณ 200 ปี


ในปี ค.ศ. 1860 เป็นต้นมา โซซอน ก็ถูกรุกรานจากประเทศ ตะวันตก คือ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และประเทศใกล้เคียง คือประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาแทรกแซงทางการเมืองและยึด โซซอน ได้ในปี ค.ศ. 1910 หลังจากญี่ปุ่นยึดครอง โซซอน ชาว โซซอน ต้องการกอบกู้เอกราชกลับคืน มีการก่อตั้งองค์กรลับหลายองค์กร บรรดาผู้มีความรู้ต่างๆ สอนเยาวชนในโรงเรียน และหนังสือพิมพ์ เพื่อปลุกใจประชาชนให้กอบกู้เอกราช ทั้งยังมีกลุ่มคนที่ลี้ภัยอยู่ในจีน ได้จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นในจีนที่เมือง เซี่ยงไฮ้ จัดตั้งกองรบพิเศษทำการฝึกทหารไว้เพื่อรบกับญี่ปุ่น

เกิดการต่อต้านญี่ปุ่นขึ้นทั่วทุกพื้นที่ใน โซซอน ยิ่งชาว โซซอนต่อต้านญี่ปุ่นมากเท่าใด ญี่ปุ่นก็กดขี่ข่มเหงชาวโซซอน อย่างทารุณมากขึ้นอีกเป็นหลายเท่า ทหารญี่ปุ่นลักพาตัวหญิงสาวไปเป็นโสเภณี บังคับให้ทุกโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น และให้เปลี่ยนชื่อประเทศ เป็นชื่อญี่ปุ่น เพื่อทำลายขวัญและกำลังใจ แต่อิสรภาพและเอกราชของตนเอง เย้ายวนใจพวกเขามากกว่าการทารุณ ทำให้ชาวโซซอนยิ่งอยากได้กลับคืน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1919 ชาวโซซอน รวมตัวกันขับไล่ญี่ปุ่น วันนั้นคือวัน ที่ 2 มิถุนายน 1919 ชาว โซซอน รวมตัวกันขับไล่ ญี่ปุ่น วันนั้นคือวัน ซัม-อิน- อุน -ดง

เหตุการณ์ครั้งนี้ นักศึกษา ประชาชน นับพันถูกฆ่าอย่างทารุณ

เหมือนชาว โซซอน ได้ตื่นขึ้นจากฝันร้าย เมื่อเมือง Nagasagi และ Hiroshima ของญี่ปุ่นถูกระเบิด ปรมาณู 2 ลูก จาก อเมริกา ญี่ปุ่นจึงแพ้สงครามในครั้งนี้ และถอนทัพ จาก โซซอน ด้วยเหตุนี้ โซซอน จึงประกาศเอกราช เมื่อ 15 ส.ค 1945

การตั้งสาธารณรัฐเกาหลี republic of Korea

เมื่อเกาหลีได้รับเอกราชจากญี่ปุ่นแล้ว ต้องเผชิญกับปัญหาอีกอย่างคือ การแตกแยกออกเป็น 2 ประเทศ ใน ค.ศ.1945 สาเหตุจากการยึดครองพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต ก่อนสงครามโลกครั้งที่2 จะสิ้นสุดลง สหรัฐอเมริกาได้ยึดครองพื้นที่ทางภาคใต้ ส่วนสหภาพโซเวียตได้ยึดครองพื้นที่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลี โดยขีดแบ่งเขตที่เส้น 38 องศา ใช้ข้ออ้างว่าเพื่อขับไล่ทหารญี่ปุ่นออกจากเกาหลีให้หมด

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง เกาหลีขาดผู้นำเป็นของตนเอง ในปี ค.ศ. 1948 ได้มีนักการเมืองหลายท่านออกมาสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศเพื่อจะเลือกหาผู้นำมาบริหารบ้านเมือง แต่เกิดความขัดแย้งกันระหว่างนักการเมืองทางตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศเรื่องสถานที่ และเวลา ในการจัดการเลือกตั้ง มีนักการเมืองบางท่านออกมาขอร้องให้ทั้งสองฝ่ายมาตกลงกันก่อนจัดการเลือกตั้งแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

ทางตอนใต้ของประเทศได้จัดให้มีการเลือกตั้งก่อน ในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 นาย ลี ซังมิน ได้รับเลือกตั้งเป็นเป็นประธานาธิบดี ได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1948 พร้อมทั้งตั้งชื่อประเทศว่า สาธารณรัฐเกาหลี (ภาษาเกาหลีเรียกว่า “แดะฮัมมินกุก” แปลว่า “ ประเทศที่ยิ่งใหญ่ ของชาวเกาหลี” มีแนวทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีกรุงโซล เป็นเมืองหลวง

ส่วนทางตอนเหนือของประเทศได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นโดยได้รับการช่วยเหลือจาก สหภาพโซเวียต นาย คิม อิลซอง เป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ.1948 ตั้งชื่อประเทศว่า “ สาธารณรัฐประชาชนโซซอน” มีกรุง เปียงยางเป็นเมืองหลวง มีแนวทางการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์

ในที่สุดทั้งสองฝ่ายได้แบ่งเขตการปกครองที่เส้น 38 องศา เป็นเพราะความคิดและหลักการไม่ตรงกัน พร้อมทั้งอิทธิพลจากภายนอกนี้เองที่แยกเกาหลีออกเป็น สองประเทศ

เอ อย่างนี้ แล้ว เมื่อ ไรจะไปถึง กษัตริย์ องค์ ที่ 19 ทัมด๊ก กันละเนี่ย คุณ poo รอไปก่อนนะคะ

Sunday, June 29, 2008

เล่าขาน ตำนานชนชาติเกาหลี

ตามที่สัญญา ( ฝ่ายเดียวของคนเล่าเอง) ว่า
จะ มาเล่าเบื้องหลังการถ่ายทำ ละคร ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ ซึ่ง ตัวคนเล่าเองอ่อนแอ กับภาษาต่างประเทศ ส่วนการขึ้นภาพ ขึ้น คลิป VOD ก็ทำไม่เป็น เนื่องจาก เป็นคน Low tech ต้องรอ คุณ Roytavan หรือคุณ Kelly หรือคุณ Snowbyj แต่เพื่อไม่ให้ว้าเหว่ เวลาเพื่อนๆ มาหาแวะเยี่ยมเยียน Amornbyj ก็เลยขอทำงานในส่วนที่ตัวเองพอทำให้ได้ไปก่อน และเพื่อนๆหลายๆท่านก็อยากอ่าน เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ของเกาหลี โดยเฉพาะ คุณ Pagung คุณ Yimpan คุณ genbu เป็นต้น อาจจะเล่าไม่ตรงกับที่เพื่อนๆ อยากทราบ เพราะก็คงเล่าได้ตามวัตถุดิบที่มีอยู่เท่านั้น ( ประมาณ ว่า....ผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ก็ผลิตได้ตาม วัตถุดิบที่มี น่ะค่ะ)

ถือว่าเล่าสู่กันอ่านสนุก ๆก็แล้วกันนะคะ เบื้องหลังครั้งนี้ ถอยหลังไปในอดีตกาล ก่อนการถ่ายทำละคร ยาวนานมากเลยทีเดียว หลายภพหลายชาติ กว่าจะมาถึง สมัยขององค์ชาย ทัมด๊ก

เป็นที่ทราบว่า ประวัติศาสตร์เกาหลี จริงๆ หาอ่านได้น้อยมาก เท่าที่ทราบมาที่ปรากฏอยู่ เป็นประวัติศาสตร์ ที่มาจาก จีนบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง แล้วก็นำมาแปลอังกฤษกัน แต่ตอนนี้ ทราบว่า เกาหลี มี Web เล่าประวัติศาสตร์ของตัวเองแล้ว และแน่นอนเป็น ภาษาอังกฤษ ถ้า ให้ Amornbyj นำมาเล่า ต้องใช้เวลา เป็น ปี ๆ ค่ะ ถึงจะเล่าได้ ก็เลยขอนำข้อมูล ที่มีอยู่แล้ว มาเล่า

คาบสมุทรเกาหลี เป็นคาบสมุทรเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปเอเชีย มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่า 5 พันปี มีเรื่องราวชาติต่างๆก่อนที่จะมาเป็นประเทศเกาหลี ที่น่าสนใจ

เรื่องเล่าต่อไปนี้ เป็นข้อมูล ภาษาไทย ที่แปลมาจาก ภาษาเกาหลี คือหน้าหนังสือจะแบ่งครึ่ง ด้านซ้ายเป็นภาษาเกาหลี ด้านขวาเป็นภาษาไทย โดยในนิตยสาร บอกว่า เป็นข้อความที่ บันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์เกาหลี ชื่อ “ซัมคุกยูซา” จะนำมาเล่าให้อ่าน แบบคงชื่อ และข้อความ ตามนิตยสาร about Korea นะคะ ( ถ้าเป็น วงเล็บภาษาไทย คือ คนเล่า แทรกลงไปเองนะคะ) หากข้อมูล มีความขัดแย้งกับ ข้อมูลแหล่งอื่น ขอให้ถือ ว่า นี่เป็นเรื่องเล่าประเภท ตำนาน หรือ บทความของนักเขียนคนหนึ่ง ที่ Amornbyj ไปอ่านเจอ และนำมาถ่ายทอดต่อ ไม่ขอฟันธงว่า เป็น ประวัติศาสตร์ทั้งหมดนะคะ

ในสมัยโบราณมีกษัตริย์องค์หนึ่งในฟ้าสวรรค์ ชื่อ ฮวัน-อิน ( Hwan In) พระองค์ มีพระโอรส ชื่อ ฮวัน-อุง(Hwan-ung) ฮวัน-อุง ใคร่ครอบครองโลกมนุษย์ ปรารถนาที่จะลงมาบนโลกนี้

วันหนี่งกษัตริย์ ฮวัน-อิน เห็นว่าถ้าตั้งเมืองที่ ถูเขา แพ็กดูซัน จะเกิดประโยชน์ แก่มวลมนุษย์ จึงทรงประทาน ตราประทับ และผ้ากำยาน ซึ่ง แสดงถึงอำนาจของพระเจ้าให้แก่พระโอรสและอนุญาตให้ลงมาบนโลกนี้ ฮวัน-อุง พาเหล่าเสนาลงมา 3 พัน ( ไม่แน่ใจว่าจะใช้ ว่าคน หรือองค์ แต่ถ้ามาจากสวรรค์ ควรใช้คำว่าองค์ ) และตั้งเมืองที่ถูเขาแพ็กดูซัน ชื่อเมือง “ชินโด” แปลว่า “ เมืองแห่งพระเจ้า” และตั้งชื่อพระองค์เองว่า “ กษัตริย์ในสวรรค์ ฮวัน-อุง "

พระองค์ให้เหล่าเทพเจ้าควบคุม ฝน เมฆ ลม ดูแลมนุษย์ ในเรื่อง พืชที่เป็นอาหาร อายุ โรค การลงโทษ ความดี และความชั่ว นอกจากนี้ให้ควบคุม 360 เรื่อง ของมนุษย์ ทรงปกครองไพร่ฟ้าด้วยเมตตาธรรมเสมอมา

ในเวลานั้นมีหมีและเสือ อย่างละ หนึ่งตัว อาศัยอยู่ในถ้ำ มาทูลขอกับพระองค์ขอให้เป็นมนุษย์ พระองค์ ทรงประทาน ผักขมและกระเทียม ให้ พร้อมทั้งบอกว่า ถ้าเจ้ากินสิ่งนี้และไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ เป็นเวลา 100 วัน ก็จะเป็นมนุษย์ ( ความหมายคือ แปลว่าให้บำเพ็ญศีลอยู่ในถ้ำ ห้ามออกมา ล่าอาหาร หาอาหารไหมคะ )หมีและเสือ เข้าไปอยู่ในถ้ำ เสือ ทนไม่ได้ออกจากถ้ำไปก่อน หมี มีความอดทนกว่า กลายเป็นผู้หญิง หลังจากนั้น 21 วัน ได้ชื่อว่า “อุง-นิยอ” แปลว่าหญิงหมี ต่อมา อุง-นิยอ ใคร่ที่จะมีลูก แต่ไม่มีชายจะแต่งงานด้วย จึงไปอธิษฐานที่ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เสมอๆ ฮวัน-อุง สงสาร จึงแปลงกายเป็นมนุษย์ผู้ชาย แต่งงานกับหญิง อุง-นิยอ ( เพศหญิง เป็นเพศที่มีความอดทนเห็นไหมคะ สงสัยจริงๆว่า เสือ ตามตำนานตัวนั้นถ้าเป็นมนุษย์จะเป็นเพศอะไรหนอ)

ต่อมา อุง-นิยอ ได้คลอดบุตรชาย คนหนึ่ง ตั้งชื่อว่า “ ทัน-กุน-วัง-ค็อม” เมื่อ “ทัน-กุน “ เติบโตเขาได้ลงมาจากภูเขาแพ็กดูซันและสร้างประเทศชื่อ “ โคโซซอน “ ตั้งเมืองหลวง ที่เมือง “ อาซาดัล”

( ใน ละคร ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ จึงมี 3 เทพ คือ
อุนซา –มังกรนำเงิน เป็นเทพเจ้าแห่งเมฆ ปกป้องดูแล รักษาทิศตะวันออก มีเครื่องรางคือหัวหอก
พุงแบก – เสือขาว เป็นเทพเจ้า แห่งลม ปกป้องรักษาทางทิศตะวันตก มีเครื่องรางคือ โลหะ
อูซา – งูเต่าดำ เป็นเทพเจ้า แห่งฝน ปกป้องรักษา ทิศ เหนือ มีเครื่องรางคือไม้เท้า
ยังขาดทิศใต้ และ Amornbyj ขอสันนิษฐานแบบคิดเอาเองไม่ได้มีข้อสมมติฐานใดๆว่า บนสวรรค์ ไม่ต้องใช้ไฟ เลยไม่มีเทพเจ้าแห่งไฟ ฮวัน-อุง เลยต้องหาเทพนี้เองเป็นเทพที่สี่คือ
จูจัก หรือ ฟินิกซ์ เป็นเทพเจ้าแห่งไฟ คอยปกป้องรักษาทิศใต้ มีเครื่องราง คือจี้ทับทิม

นอกจากนี้ก็มี ชนเผ่า เสือ ชนเผ่าหมี มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีเมือง จูซิน รวมทั้ง มี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือดาบจูมง ที่กลายเป็น ธนูวิเศษได้ แต่ใน เรื่องเล่านี้ บอกว่า เป็นตราประทับและผ้ากำยาน)
(อันที่จริง มีการเล่าเรื่อง ทันกุน อยู่แล้ว ในตอนต้นๆของการเล่าเรื่องย่อ ละคร ตำนาน ฯ แต่เอามาเล่าซ้ำอีก เพราะข้อมูลมาจากคนละที่กัน ก็ขอให้ อ่านแบบเห็นความหลากหลาย ของข้อมูลก็แล้วกันนะคะ อันที่จริง รวมความแล้วก็คล้ายกัน เพราะเป็นตำนานจริงคงเป็นมาแบบนี้)

(ภูเขาแพ็กดูซัน ปัจจุบันอยู่ในจีน ค่อนไปทางรัสเซีย)

ทันกุนวังค็อม เมื่อลงมาจากภูเขา แพ็กดูซันซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง สร้างประเทศ โคโซซอน ตั้งเมืองหลวงในสถานที่ที่ชื่อ อาซาดัล ปกครองตามความปรารถนาของพระบิดาคือ ฮวัน-อุง คือให้มนุษย์ทุกคนได้ประโยชน์กันอย่างถ้วนหน้า การปกครองแบบนี้เรียกว่า “ โฮง-อิก-อิน-กัน “

คำว่า “ทัน-กุน-วัง-ค็อม” เป็นชื่อเรียกของกษัตริย์ในประเทศ โคโซซอน คำว่า “ทันกุน” หมายถึงผู้นำทางศาสนา ส่วนคำว่า “วังค็อม” หมายถึงผู้นำทางด้านการเมือง “ ทัน-กุน-วัง-คอม” หมายถึงผู้ที่คุ้มครองการเมืองและการบูชา ในสมัยโคโซซอนมี ทันกุน ทั้งหมด 47 องค์

ทัน-กุน-วัง-ค็อม ได้ตั้งกฎหมายชื่อว่า “ กฎ 8 ข้อ “ และทำให้ประเทศพัฒนาขึ้นด้วยการผลิตเครื่องมือ จากเหล็ก ทองแดง ดังนั้นในก่อน คริสต์ศักราช ศตวรรษ ที่ 4 โคโซซอนได้เข้ายึดและปกครองเมือง โยริยอง (แผ่นดิน จีน) แมนจูเรีย ตลอดจนทางเหนือของคาบสมุทรเกาหลี โดยเอาเมือง โยริยอง เป็นศูนย์กลางทางด้านการทหาร ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาทองของโคโซซอน แต่ต่อมา ประเทศ โคโซซอน ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองจากสมัย “ทันกุน” โดยคนชื่อ “วีมาน” และในก่อน ค.ศ. 194 วีมานได้สร้างกำลังทหารไว้ บริเวณทางทิศตะวันตกของโคโซซอน และตั้งราชวงศ์ วีมาน ราชวงศ์วีมานได้สืบทอดบัลลังก์มาจนถึงกษัตริย์ วูกอ ผู้เป็นหลานชายของวีมาน แต่ก่อนปี ค.ศ. 108 โคโซซอน ล่มสลายโดยราชวงศ์ฮั่นในแผ่นดินจีน ซึ่งราชวงศ์ฮั่น เป็นราชวงศ์ที่ทำให้เผ่าเล็ก ๆ ในแผ่นดินจีนในสมัยนั้นได้รวมตัวกัน เป็นประเทศ
ฮั่น กลัวโคโซซอน จะเรืองอำนาจมากขึ้น จึงบุกรุกและล้อมกำแพง วังก็อม ทำให้โคโซซอนล่มสลาย

( ในละคร เรื่อง จูมง ที่เข้า มา ออนแอร์ ที่บ้านเรา จำได้ว่า มีตอนหนึ่ง ที่จูมง ไปได้ แผนที่เก่าแก่ ของเมืองโคโซซอน เมื่อจูมง กางแผนที่ออกดู จูมง บอกเหล่า ทหารคู่ใจว่า อาณาจักรของโคโซซอน ช่างกว้างใหญ่ไพศาล มากจริงๆ)

หลังจากที่ฮั่นได้ยึดครองโคโซซอน ฮั่นได้ตั้งฐานทัพ 4 แห่ง คือ อิมดุน ชินบอน ฮิยอนโด นังรัง และตั้งกฎ 60 ข้อ เพื่อปกครองโคโซซอน

เมื่อแรก โคโซซอนต่อสู้เก่ง แต่ระบบทางการเมืองของโคโซซอน มีปัญหาอย่างหนึ่ง คือ โคโซซอน ไม่ได้ ใช้ระบบการปกครองจากส่วนกลาง แม้ว่ามีกษัตริย์ แต่กษัตริย์ ไม่ได้ปกครองโดยตรง แต่ได้ตั้งหัวหน้ากองทัพให้ปกครองในเขตพื้นที่ของตน เรียกระบบนี้ว่า “ ระบบการร่วมมือ” ดังนั้นจึงทำให้แตกแยกกันง่าย ส่วนในประเทศฮั่นใช้ระบบอำนาจจากส่วนกลาง คืออำนาจทุกอย่างอยู่ที่กษัตริย์ ( จน กษัตริย์จูมงได้สถาปนา อาณาจักร โคคุริออ (โคคุเรียว) ก็ยังคงใช้ระบบนี้ เพิ่งมีการ เปลี่ยนแปลง ในสมัยของทัมด๊ก ซึ่งในละคร ได้กล่าวเล่าไว้ในตอน ที่ 22 ดังนี้
เมื่อถึงปราสาทโกกแน ทรงรวบรวมกองทัพทั้งสี่แคว้น เป็นกองทัพทั้งหมดของโคคุเรียว อยู่ภายใต้ กษัตริย์ ทรงรวบรวม ห้าแคว้น ให้มีการปกครองภายใต้การปกครองเดียวกัน และชำระกฎหมายให้เป็นหนึ่งเดียวภายในแคว้นต่างๆ และทรงนำเอาพระ ราโชวาท ของกษัตริย์ โซซูริม เพื่อเป็นผู้ปกครองที่ทรงอำนาจ ทรงทะนุบำรุงการศึกษา และให้มีสำนักปรัชญาเป็นแหล่งรวมความรู้ Taehak และ Kyongdang ผลิต ผู้มีความรู้ความสามารถ ในด้านต่างๆ )

ฮั่น ตระหนักว่า โจมตี โคโซซอนยาก จึงใช้วิธีทำให้เกิดความห่างเหินระหว่างหัวหน้ากองทัพกับลูกน้อง จึงนำชัยชนะมาได้อย่างง่ายดาย

ในประวัติศาสตร์เกาหลี “ โซซอนทันกุน” หมายถึงสมัยที่ สกุลทันกุนปกครอง และ”โซซอนวีมาน” หมายถึงสมัยตั้งแต่วีมานยึดอำนาจจนถึงล่มสลาย ชื่อประเทศ ดั้งเดิม ที่ ทันกุน สร้าง คือ โซซอน แต่เราเรียก โคโซซอน เพื่อแยกออกจากสมัยที่วีมานปกครองโซซอน คำว่า โค แปลว่าเก่า โคโซซอน คือสมัยที่ทันกุนวังค็อม จนถึงราชวงศ์สุดท้ายที่ทันกุนปกครองนั่นเอง

มีหลายแนวความคิดที่พูดถึงคนชื่อ วีมาน ว่าเป็นคนจากประเทศไหนที่เข้ามาแทนราชวงศ์ ทันกุน ถ้า วีมานเป็นคนจีนที่อพยพมาจากแผ่นดินจีน เรื่องราวของโซซอนวีมาน ก็กลายเป็นประวัติของจีน บางคนก็บอกว่า วีมาน น่าจะเป็นคนโซซอน ที่อพยพมาจากจีนเข้ามาในแผ่นดินโซซอน ซึ่งในขณะนั้นฮั่นรวบรวมเผ่าเล็กๆ ของแผ่นดินจีนให้เป็นประเทศ สามารถพบหนังสือโบราณได้ว่า เมื่อ วีมาน เข้ามาในโซซอน ทรงผมและชุดที่เขาสวมใส่เป็นแบบโซซอน และใช้ชื่อประเทศโซซอน เหมือนเดิม แทน ที่จะใช้ชื่อแบบจีน(ถ้าเขาเป็นคนจีน) และใช้ระบบข้าราชการแบบโซซอน ดังนั้นประวัติศาสตร์ทั้งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ยอมรับกันว่า วีมาน เป็นคนโซซอนแน่นอน เพราะสามารถดูได้จากการแต่งกายและการใช้ชื่อประเทศ ฉะนั้นเรื่อง โซซอนวีมาน จึงเป็นประวัติศาสตร์ของเกาหลีโดยไม่ต้องสงสัย หลังจากสมัยโซซอนวีมานได้ปิดฉากลง คาบสมุทรเกาหลีมีประเทศเล็กๆ เกิดขึ้นหลายประเทศ คือ บูยอ โคคุริออ โอกจอ โดงเย ซัมฮัน มีเรื่องราวพอสังเขป ดังนี้

1...บุกบูยอ

สร้างโดยคนชื่อแฮโมซู B.C . 239 บริเวณที่ บุกบูยอ ครอบครองคือ ทางเหนือของ แมนจูเรีย ต่อมา B.C 86 โดงบูยอ (ภาคตะวันออกของบูยอ) ได้แยกไปตั้งประเทศ ไม่นานนัก นัมบูยอ (ภาคใต้ของบูยอ) ก็แยกตัวออกเป็นประเทศเช่นกัน อาณาจักรบูยอ คือบูยอ ทั้งหมดดำรงถึงศตวรรษที่ 5 แต่ในปี 410 ต้องล่มสลาย โดยกษัตริย์ของโคคุริออ องค์ ที่มีพระนามว่า ควัง แก โท แด วัง
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1. บูยอเป็นประเทศที่แข็งแกร่งกว่า โคคุริออ หนังสือชื่อ ซัมคุกจี ได้บันทึกไว้ว่า “พื้นที่อาณาจักรบูยอทั้งหมดมีถึง 2 พันลี้ เป็นประเทศที่มีพื้นที่ราบและกว้างที่สุดในประเทศแถบตะวันออก”

บูยอ มีระบบทางประเพณีที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง เรียกว่า “ ซุนซังเจ” คือ เมื่อ เจ้านายหรือสามีตาย ก็ให้ฝังทาส และภรรยาพร้อมกับผู้ตาย (ฝังทั้งเป็น) เพราะคนบูยอเชื่อว่า มีโลกหลังความตายจึงต้องฝังทั้งครอบครัว เพื่อให้ไปปรนนิบัติรับใช้ต่อยังโลกหน้า ( ไม่พูดถึงลูกนะคะ คงไม่ฝังลูกด้วย แน่ๆ อย่างไรเสียต้องมีคนสืบต่อวงศ์ตระกูลนี่นา)

2.โคคุริออ

เมื่อ B.C. 37 โคคุริออ เป็นประเทศ ที่สร้างบริเวณแม่น่ำ โดงกากัง โดยคนชื่อ โค จูโมง ซึ่งอพยพมาจากโดงบูยอ (ภาคตะวันออกของบูยอ ข้อ 1.ค่ะ) เกาหลี เราเรียก โค จูโมง ผู้สร้างโคคุริออ ว่า โดงมียองวัง คำว่า โดงมียองวัง แปลว่ากษัตริย์นั่นเอง เช่นโดงมียองวัง รัชกาลที่ 1ของโคคุริออ คือ โคจูโมง

โค จูโมง เป็นคนประเทศโดงบูยอ อพยพมาที่ชลบนบูยอ เพราะเจ้าชาย ทั้ง 7 ของโดงบูยอ (ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือตรงไหน ของบูยอข้อ 1. คนแปลมาไม่เห็นกล่าวถึงอยู่ ๆ ก็เอ่ยถึง ชลบนบูยอ)
ต่อมา โค จูมง ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงของกษัตริย์ชลบนบูยอ คนที่ 2 แล้วเมื่อ กษัตริย์ชลบนบูยอ สิ้นชีวิต โคจูมงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทนและเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่จาก ชลบนบูยอ เป็น โคคุริออ โดยใช้สกุลตั้งชื่อประเทศ คือ โค

( เท่าที่เล่ามาถึงตรงนี้ ส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่า คำว่า ประเทศ น่าจะใช้คำว่า อาณาจักร และเรื่อง ที่โคจูมงตั้งอาณาจักรโคคุริออ จากเรื่องของละคร จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ ดู สมจริงน่าเป็นไปได้ คำว่ากษัตริย์ ชลบนบูยอ น่าจะเป็นแค่ผู้นำ เผ่าหรือแคว้นมากกว่าไหมคะ ก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องเล่าของหนังสือ about Korea นะคะ นี่เป็นการเล่าไป บ่นไป สงสัยไป เท่านั้นเอง)

ประเทศโคคุริออ ได้พัฒนาเป็นประเทศที่เข้มแข็งมากที่สุดหลังจากที่บุกบูยอเสื่อมถอยลง โคคุริออ ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้

และมีประเพณี อย่างหนึ่งเรียกว่า “เดริลชาวีเจ” คือ เมื่อลูกสาวแต่งงานก็จะพาสามีเข้ามาอยู่ในบ้านของพ่อแม่ของตน โดยจะต้องช่วยพ่อแม่ฝ่ายหญิงทำงานเช่น ทำนา ตาม ระยะเวลาที่ได้อยู่อาศัยกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง ก็แล้วแต่จะตกลงว่าจะอยู่ที่นั่น กี่ปี หลังจากนั้นถึงจะกลับไปพักอาศัยยังบ้าน ของตนเอง

(คนเกาหลีค่อย ๆถอยร่นลงมาทางใต้เรื่อยๆ จาก โคโซซอน ที่อยู่เหนือสุด ร่นลงมาเป็นอาณาจักรบูยอ โคดุริออ อยู่ใต้ลงมาจากบูยอ ทั้งโคดุริออและบูยอ ปัจจุบันอยู่ในแผ่นดินจีนค่ะ แล้วร่นมาเป็นโอกจอ แล้วใต้สุด คือโดงเย ซึ่งต่อมาถูกรวมเป็นชิลลา และคือเกาหลีใต้ กรุงโซลในปัจจุบันนี้นั่นเอง )

3.โอกจอ

เป็นประเทศไม่มีกษัตริย์ปกครอง แต่จะมีผู้ปกครองท้องถิ่นแทน พื้นที่ของโอกจอคือมณฑล ฮัมคิยองโด ซึ่งเป็นแผ่นดินเกาหลีเหนือในปัจจุบัน
โอกจอเป็นดินแดนที่ อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก มีท้องทะเลอุดมด้วยสัตว์น้ำ มีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากทะเลเยอะมาก แต่โอกจอจะต้องถวายของบรรณาการให้แก่ โคคุริออ ทุก ๆ ปี
โอกจอเริ่มกลายเป็นแผ่นดินของโคคุริออ เรื่อยๆ ในที่สุดกษัตริย์ จางซูวัง( โอรสของกษัตริย์ ควังแกโท )
ได้เข้าปกครองโอกจอและรวบรวมโอกจอให้เป็นแผ่นดินเดียวกับโคคุริออ ทั้งหมด

โอกจอ มี ประเพณี “มินมิออนิรี” คือการพาเด็กผู้หญิงที่ต้องการให้เป็นลูกสะใภ้มาเลี้ยงดูที่บ้านจนเป็นผู้ใหญ่ แล้วจึงให้แต่งงานกับลูกชายของตน ( นี่เป็นประเพณี ดั้งเดิม ถ้าเป็นสมัยนี้ ที่บ้านเรา เรียกว่า เลี้ยงต้อยไหมคะ)

โอกจอ ปัจจุบันเป็นแผ่นแดน ของเกาหลีเหนือ

4. โดงเย

พื้นที่ของประเทศนี้คือมณฑล คังวอนโด ซึ่งคือประเทศเกาหลีใต้ในปัจจุบัน ประเทศ โดงเย ก็เป็นประเทศไม่มีกษัตริย์ปกครองเช่นเดียว กับ โอกจอ
โดงเยเป็นประเทศที่ ประกอบด้วยเผ่าหลายเผ่า ดังนั้นมีกฎห้ามโจมตีเผ่าอื่นที่เป็นพันธมิตร ถ้ากรณีที่โจมตีเผ่าอื่นที่เป็นพันธมิตร ผิดกฎ เผ่าที่ไปโจมตีเขาจะต้องชดเชยด้วยม้าหรือวัว

และทางภาคใต้ของโดงเย ภายหลังกลายเป็นแผ่นดินของประเทศ ซิลลา ตั้งแต่สมัยของกษัตริย์อาซาดัล รัชกาลที่ 8 ของซิลลา ส่วนภาคเหนือของ โดงเย กลายเป็นแผ่นดินของ โคคุริออ โดยการโจมตีของกษัตริย์ จางซูวัง และโดงเย มีกฎห้ามแต่งงานกับคนต่างเผ่า

โดงเย (ตอนใต้) ปัจจุบัน เป็นแผ่นดิน ของเกาหลีใต้

ปรากฏว่า หนังสือ about korea ประสบปัญหาเรื่องตัวแทนการจัดจำหน่าย จึงหยุดพิมพ์ ตั้งแต่เดือน พ.ค.49 ก็เลยได้ ข้อมูล ของประวัติ ชนชาติเกาหลีมาแค่นี้

แต่ ใน วิกิพีเดีย แบ่ง อาณาจักร ของ เกาหลีโบราณ ดังนี้

1.Gojoseon ในปี ก่อน ค.ศ 2333- ก่อน ค.ศ.108 แยกเป็น

1.1 Pre – Gojoseon (BCE 2333 - BCE 1128)

เริ่มต้นจาก Dangun Wanggeom ( ก่อน ค.ศ 2333-ก่อน ค.ศ 2240) เอ น่าตกใจนะคะ ลองลบปีท้าย-ปีเริ่มต้น เป็นตัวเลข 93 ปี นะคะ เอ๊ะ ช่างเป็นเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย กับ กษัตริย์ จางซูที่มีพระชนม์ 97 พรรษา ( ทันกุน วังคอม เป็นโอรส กษัตริย์ สวรรค์ ฮวัน-อุง) แล้วในละคร มาสื่อ กษัตริย์ จางซู เป็นพระโอรสสวรรค์ จาก ทัมด๊ก ( ก็ อวตารจาก ฮวัน-อุง นั่นเอง) นี่ เดจาวู จริงๆหรือ)
และมี ทันกุน ทั้งสิ้น 47 องค์ องค์สุดท้ายชื่อ Goyeolga ( BCE 1158- BCE 1128)

1.2.แล้วก็ มี Gija-joseon

( Controversy ว่ามีDangun Joseon was succeeded by Gija-joseon.but that is debatable )
มี กษัตริย์ อีก 41 องค์ ( 1126 BCE- 195 BCE )

1.3.มี Wiman joseon

มี กษัตริย์ อีก 3 องค์ จาก Wiman of Gojoseon , Son of Wiman, และ Ugeo of Gojoseon รวม 3 องค์ ในช่วง ปี ( 194 BCE-108 BCE )

2. Buyeo

เริ่มจาก Haemosu of Buyeo ( 239- 195 BCE) และมีกษัตริย์ต่อ อีก 3 องค์ รวมเป็น 4 องค์ สิ้นสุดราชวงศ์ ในปี 86 BCE

2.1 แล้ว เป็น Buk buyeo มีกษัตริย์ 2 องค์ จากปี 108-58 BCE

2.2 Dong Buyeo ( ในละคร จูมง คือ เมืองพูยอ สมัยนี้) ที่มี กษัตริย์ 3 องค์ คือ

Hae Buru of Dong Buyeo ( 86-48 BCE )
Geumwa of Dong Buyeo ( 48-7 BCE)
Daeso of Dong Buyeo ( 7 BCE - 22 CE)

3. Goguryeo ( 37 BCE -668 CE )

จาก ละคร จูมง เริ่มที่ กษัตริย์ องค์ ที่ 2 ของ Dong Buyeo คือ กษัตริย์ กึมวา ของ โดงบูยอ ต่อ ด้วย กษัตริย์ แทโช ของ โดงบูยอ ก็คือ ความเป็นมา ของเมือง พูยอ ใน ละคร จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ ที่สถานีโทรทัศน์ MBC ถ่ายทำละคร และ มาออนแอร์ ที่บ้านเรา ปีที่แล้ว คงไม่ต้องเล่า ถึงการที่ โคจูมง สถาปนา อาณาจักร โคคุริออ (โคคุเรียว) และต้องขับเคี่ยว กับทั้งกษัตริย์ กึมวา และ กษัตริย์ แทโช พระโอรส ของกษัตริย์กึมวา พวกเราก็ วาดจินตนาการประวัติศาสตร์ ของเกาหลี ตามละครก็แล้วกันนะคะ แต่มีข้อแตกต่างในประเด็น ที่ องค์ชาย พีริว และองค์ชาย ออนโจ โอรส ของราชินี ซอซอนโน ในละคร จูมง ทั้ง 2 องค์ ชาย ไม่ใช่พระโอรส ของ จูมง เป็น เพียง โอรส ติดพระมารดา ซอซอนโน มา มีพระบิดาจริง เป็นเพียงผู้คุมกองทหารของแคว้นเครุ แคว้นชาติกำเนิดของ ราชินี ซอซอนโน และบิดาของซอซอนโนท่านเสนาบดี ยอนทาบัล (ตามบทบาทของละคร จูมง ซึ่งในละคร จะสื่อว่า ยอนทาบัล และซอซอนโน เป็นผู้นำสูงสุด ของการรวมตัว ห้าแคว้น เช่น บีเริยว กวานโนและอื่นๆ บรรดาแคว้นเล็ก ๆ พวกนี้ รวมทั้งแคว้นเครุ รวมกัน แล้ว น่าจะเป็น อาณาจักร ชลบนบูยอ ไหมคะ)
องค์ชายยูริ เป็นพระโอรส กับชายา องค์แรกชื่อ เยโซยา ของจูมง ขณะที่มีศักดิ์เป็นองค์ชาย โอรสบุญธรรมของกษัตริย์กึมวา และเกิดพลัดพรากกัน จน รุ่นหนุ่ม ยูริตามหาพระบิดาจูมง พบ ราชินี ซอซอนโน เกรงเกิดปัญหา แย่งชิงบัลลังก์ โคคุเรียว จึงพาโอรส พีริวและออนโจ ไปสร้างเมืองใหม่ อยู่ทางใต้ลงไปจาก โคคุเรียว

จูมง เป็นปฐมกษัตริย์ ของ โคคุเรียว มีพระชนม์ 40 พรรษา (ครองราชย์ 37 BCE- 19 BCE )

จากวิกิพีเดีย ระบุ ว่า องค์ชาย Biryu และ องค์ชาย Onjo เป็น โอรส องค์ ที่ 2 และ 3 ของกษัตริย์จูมง ที่เกิดจาก มเหสีที่2 คือราชินี ชอซอนโน เมื่อ องค์ชาย Yuri ตามมาพบกษัตริย์ จูมง ที่โคคุเรียว และได้รับสถาปนา เป็นรัชทายาท องค์ชาย Biryu และองค์ชาย Onjo ที่ต่างพระมารดากัน เกรงความไม่ปลอดภัย จึง พากันออกจากอาณาขจักร โคคุเรียว มุ่งหน้าไปทางใต้ และได้ตั้งเมืองใหม่ 2 เมือง
โดย องค์ชาย พีริว คนพี่ สร้างเมืองที่ มิชูฮอล ( ปัจจุบัน คือ เมือง อินชอน ในเกาหลีใต้ ส่วน องค์ชาย ออนโจ สร้างเมืองที่ วิเรซุง ตั้งเมือง Sipje ปัจจุบัน อยู่ใกล้กรุงโซล ต่อมา เมื่อ องค์ชายพีริว สิ้นพระชนม์ องค์ชาย ออนโจ ได้ รวม มิชูฮอล และSipje เป็น อาณาจักร แพคเจ Baekje และย้ายเมืองหลวง ไปที่ south of Hanam Wiryeoseong เพราะ Wiryeoseong มีชายแดน ติดต่อ กับ Malgal
และเริ่มนับ การเป็นกษัตริย์ ของอาณาจักร แพคเจ ของกษัตริย์ ออนโจ ใน ปี 18 BCE- 29 CE)

ในวิกิพีเดีย เรื่องของ กษัตริย์จูมง ต่อนะคะ

เป็นที่กล่าวว่า จูมง เป็น บุตรชาย ของ HAE MOSU : ( the son of heaven ) และ พระมารดา Yuhwa : daughter of the river god Habaek ( ตำนานบอกว่า แฮมูซู พบ ยูฮวาที่ แม่น้ำ ในขณะที่ยูฮวา กำลังอาบน้ำ ,
But the river god disapproved of Hae mosu, who returned to heaven. The river god chased Yuhwa away to Ubalsu, where she met and became the concubine of King Geumwa of Dongbuyeo.

และ คำว่า Jumong มีความหมาย คือ “ Skilled archer “ (ผู้เชี่ยวชาญการยิงธนู) in Korean

เมื่อ จูมง เป็นกษัตริย์ After the death of his father in-law ( คือ พ่อของ So- Seo-No ) in 37 BC.
Jumong became the 7 th Dangun of Bukbuyeo and reunited of the five tribes of Jolbon into one centralized kingdom. ( แสดง ว่า รวม Buyeo และ Buk Buyeo เป็นอาณาจักรเดียวกัน กษัตริย์จูมงถึงถูกนับ เป็น Dangun องค์ ที่ 7 แต่ Dong Buyeo แยกคนละอาณาจักรกัน)

And the first King of Goguryeo.

In 37 BC.,Jumong established Goguryeo, and became its first Taewang ( “ supreme King “ )

กษัตริย์ จูมง สิ้นพระชนม์ในปี ก่อนคริสต์สศักราช 19 ด้วยพระชนม์ 40 พรรษา รัชทายาท ยูริ ได้ฝังพระศพของพระองค์ ที่สุสาน ปิรามิด *** และถวายพระนามพระองค์ว่า Chumo-seong wang

อาณาจักรโคคุเรียว ของกษัตริย์ จูมง เป็นอาณาจักรใหญ่ ที่มีอำนาจ และเข้มแข็ง มีอายุยืนยาว 705 ปี มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 28 พระองค์ ในราชวงศ์ สกุล Go และล่มสลาย เพราะ ชิลลา ร่วมมือกับ ราชวงศ์ถังของจีน
และต่อมาเกิดอาณาจักร Balhae ( ปี ค.ศ. 669 - ค.ศ. 926 ) ก่อตั้ง โดย Dae Jung –sang ซึ่งเกิด ใน Goguryeo ซึ่งล่มสลายใน ปี ค.ศ. 668

ขอแบ่งเล่า เป็น ตอน ๆ แล้วกันนะคะ

****มีรูป สุสาน ของกษัตริย์ กวางแกโท มหาราช ที่ขุดค้นพบในประเทศจีน เป็นรูปทรง ปิรามิด เหมือนกันกับที่ วิกิพีเดียกล่าวว่า รัชทายาท ยูริ ฝังพระศพ กษัตริย์ จูมง ในสุสานทรงปิรามิด

จากกรณี เขาพระวิหาร ชนวนหนึ่งของการอภิปรายรัฐบาล เมื่อวันสองวันนี้ ทางทีวี ช่อง 9 ได้นำสารคดี กรณีที่จีน ได้ ยื่นขอนำสุสาน กษัตริย์ กวางแกโท มหาราช จดทะเบียน มรดกโลก อันดับที่ 28 และเกิดความขัดแย้งกับ เกาหลี และส่งผลกระทบความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ของ ทั้ง 2 ประเทศ และส่งผลมากมาย มาที่ละคร TWSSG หรือ The Legend ในขณะถ่ายทำด้วย สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 มีการนำภาพภายในสุสานซึ่ง มีภาพวาด ของกษัตริย์ และอื่นๆ มาถ่ายทอด ด้วย น่าเสียดาย ที่ถ่ายทอด ตอนบ่าย จัด ๆ ของ วัน ทำงานรู้สึกว่าจะเป็นวันศุกร์ ที่ 27 /06/08
ยังไม่มีเวลา ไปรื้อค้นถึง การที่ มีประเทศ ต่างๆ สร้างสุสานกษัตริย์เป็นปิรามิด กัน คงต้องมีที่มาที่ไป ของรูป ทรงปิรามิด ทั้ง อิยิปต์ มายา และอื่นๆ กลายเป็น มีที่เกาหลี อีกด้วย เพื่อน ๆ ท่านใด มีข้อมูล กรุณา เล่าสู่กันอ่านนะคะ ขอขอบคุณล่วงหน้า ค่ะ
และขออภัย ที่ การเล่าเรื่อง มีการ นำละคร มาสื่อ คงไม่ทำความสับสนนะคะ อย่างไร เสีย ละคร ก็คือละคร

Thursday, June 26, 2008

MBC DRAMA AWARD 2007

MBC DRAMA AWARDS 2007

เมื่อวันที่ 18 /12/2007 ที่ QUILT มีการลงข่าวว่า ว่า MBC web site มีรายการ the year end voting ตั้งแต่วันที่ 17-30 ธันวาคม 2007 และเป็นการ VOTE ที่ one ID one Vote and it open to overseas too.แล้วในคืน วันที่ 30/12/2007 ตัวคนเล่า อุตส่าห์ อดตาหลับขับตานอน นั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ เผลอหลับไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกที่ ไม่แน่ใจว่า ตี 1 หรือ ตี 2 หรือดึกกว่านั้น ไม่ทันดูนาฬิกา เพราะมัวแต่ดู ภาพบนจอ ที่ เบ ยองจุน ในสภาพที่ยังมีไม้ค้ำยันช่วยพยุงตัว มี หัวหน้าโคมิล ฮยอนโก และชอโร ช่วยพยุง เบ ยองจุน ขึ้นไปรับรางวัลบนเวที แล้วก็งง ๆ เพราะฟังภาษาเกาหลีไม่รู้เรื่อง แล้วก็เบลอๆ ว่า เอ๊ะ ทำไม เบ ยองจุน ขึ้นเวทีหลายรอบจัง ก็ดีใจ คืนนั้นเดาได้รางวัลเดียว ตอนที่ ซง อิลกุ๊ก ผู้รับบทบาท กษัตริย์จูมง เป็นผู้อ่านชื่อผู้รับรางวัล เบ ยองจุน และเป็นผู้มอบรางวัล

ได้เห็นภาพความสำเร็จ ของ Drama TWSSG และ ทีมงานทั้ง ผู้กำกับ นักแสดง และที่สำคัญที่สุด คือความสำเร็จของเบ ยองจุน เห็นภาพที่ เบ ยองจุน มีความสุข

แต่ละค่ายสถานี จะจัดงานประกาศรางวัล ของแต่ละสถานีเอง และในปี 2007 นี้ แน่นอนว่า ที่สถานีโทรทัศน์ MBC จะต้องวุ่นวาย กว่าปี ก่อน ๆ เพราะ ในปีนี้ มี Dramaของ เบ ยองจุน

คุณ suehan ได้ Post ที่ Quilt เมื่อวันที่ 30/12/07 ใน article ว่า Update regarding BYJ’s attendance at MBC Awards.
โดยมีข้อความดังนี้

Korean Media, Newsen confirmed BYJ’s attendance at MBC Award tonight. (#45240 on KOB)According to Newsen news, BOF said, “BYJ plans to attend the 2007 MBC Awards.”, and “He had his cast removed recently, but he’s not comfortable enough to move. Probably, he’ll use crutches and wear knee pads.”And according to the posting by Popobi on KOB (#45241, posted at 3:41pm), two Korean fans, Pipiseom and Nanyu, who are lining up in front of the MBC, called her saying that there is a long line of people including Japanese families who arrived early in the morning in front of MBC. MBC staff is writing down the names and they’ll come back at 6:00 pm for the seats (or spaces).

แต่ละปี แต่ละสถานี จะมี Dramaจำนวนมาก (ไม่ทราบว่าเท่าไรนะคะ) แต่เหมือนว่า ได้ ผ่านการคัดเลือก ในเบื้องต้นเหลือนักแสดงจากรายชื่อdrama ดังต่อไปนี้ แต่ในส่วนของ Drama เองที่เข้ารอบเข้าใจว่าจะน้อยกว่านี้

(The 1st Shop Of Coffee Prince 커피프린스 1호점)
(Legend 태왕사신기)
(Yi San 이산)
(Thank You 고맙습니다)
(Attack And Defense Battle 메리대구 공방전)
(Ah Hyun Dong's Madam 아현동 마님)
(White Tower 하얀거탑)
(H.I.T. 히트)
(Bad Woman Good Woman 나쁜여자 착한여자)
(Time Between Dog And Wolf 개와 늑대의 시간)
(Even So Love 그래도 좋아)
(Kimcheed Radish Cubes 깍두기)
(By My Side 내곁에있어)
(Winter Bird 겨울새)

งง งง นิด นิด ว่า ไม่มีชื่อ เรื่อง air city แต่มีรายชื่อ ดาราหญิง ชอย จิวู อยู่ในกลุ่มนักแสดงฝ่ายหญิง ถ้าตกหล่น ผิดพลาด ต้องขออภัย

ข้อมูล มาจาก soompi บ้าง joon family บ้าง รวมทั้ง BYJtogether
ผลการประกาศรางวัล

1.DAESANG (대상)
Bae Yong-joon 배용준 (Legend 태왕사신기)

2. Popularity 인기상
Bae Yong-joon 배용준
BYJ just won the Popularity award (Men). Think this is via voting by audience. He had about 82%. (1,002,615 คะแนน Way ahead of the 2nd guy (I think was LJK).(151,115 คะแนน)

3. LJA won the the Popularity award (Women). Think her votes were about 62%.

4. Best Couple 베스트커플상:
BYJ and LJA just won the Best couple award. 92% . Wow ในขณะที่ อันดับสองได้ 4.81%
Bae Yong-joon & Lee Ji-ah 배용준 이지아 (Legend 태왕사신기)
อันดับ 2 เป็น กงยู และ ยุนอึนแฮ จาก(The 1st Shop Of Coffee Prince )

5. Most Popular drama 올해의 드라마상
Legend 태왕사신기
The legend ได้ 54.65% ขณะที่ อันดับสองได้ 22 .22%

6. Actress 여자: ( best new actress) ( new comer)
Lee Ji-ah 이지아 (Legend 태왕사신기)
อันที่จริง ฟิลลิป ลี ก็ ถูกเสนอชื่อ ใน New comer ฝ่ายชาย แต่ไม่ได้รับรางวัล

7. GOLDEN ACTING HISTORICAL DRAMA AWARD 황금연기상 사극
Choi Min-soo 최민수 (Legend 태왕사신기)

8. SPECIAL PRIZE ACHIEVEMENT 특별상 공로상
Kim Jong Hak 김종학 (Legend 태왕사신기 - CG)

ในการโหวตครั้งนี้ มาจากคะแนนเป็นจำนวนหลักล้านคะแนนโหวต นะคะ รูปแบบการจัดโต๊ะนั่งของงานประกาศผล เหมือนนั่งโต๊ะละ Drama เวทีประกาศผล ก็จัดสวยงามอลังการ

ภายหลัง คนเล่า ได้ มีโอกาส ดู DVD ซึ่งเริ่มจับภาพ เป็นเด็กชายเด็กหญิง นักแสดงที่ ได้รับรางวัลในงานปีนี้สวมชุดราตรีสโมสร ออกมาเปิดงานด้วยการเต้นรำในจังหวะแทงโก้ ดูแล้วน่าเอ็นดู กับท่าเหวี่ยงตัว หมุนตัว สะบัดส่วนต่างๆ ของร่างกาย ของเด็กหญิงสวมชุดสีแดงเพลิง เต้นรำจบเพลง ก็มีคนเอาไมค์มาส่งให้เด็กน้อยทั้งคู่กล่าวเปิดงาน ท่าทางร่าเริงแจ่มใส มีความสุข และมีการกล่าวถึง TWSSG และเอ่ยชื่อ เบ ยองจุน ด้วย เบ ยองจุน นั่งอยู่ที่โต๊ะปรบมือ ชอบใจ หน้าตายิ้มแย้มเช่นกัน แล้ว หนูน้อยทั้งคู่ก็ส่งไมค์ต่อให้พิธีกรชายหญิงตัวจริงของงาน คำพูดของพิธีกรก็ เหมือนออกมาพูดถึงงานวันนี้ พูดคุยกันเองบ้าง ในตอนหนึ่งพิธีกรสาว พูดเสียงสูงว่า OH MY GOD แล้วก็เอ่ยทักทายดารานำชาย เสียง อีจุนกิ SSI ยงจุน SSI และคนอื่นๆ SSI กล้องก็ close ไปที่ดาราตามโต๊ะต่างๆ พิธีกรคุยกับดารานักแสดงว คุยกับกองเชียร์ที่อยู่ในงาน และ ผู้ชมทางบ้าน

ตัวแทนของ Drama ต่างๆจะมีประมาณ 4-5 คน จะเห็นโต๊ะของ เบ ยองจุน ลีซอจิน กงยู อีจุนกิ และดารานำชายอื่น ที่จำชื่อไม่ได้ มีการกล่าวถึง DRAMA และ นักแสดงนำ และมีการแจกรางวัล ครึ่งแรกก่อน

การประกาศรางวัล ก็จะให้ ผู้ที่ได้รับรางวัลนั้นๆ ของปีที่แล้วเป็นผู้ประกาศ ชื่อ นักแสดง ก็จะมีการประกาศ นักแสดงหรือDramaที่เข้ารอบ โดยแต่ละ Drama ก็ จะมีกองเชียร์ นั่งอยู่อีกด้าน มีการให้นักแสดงนำหญิงขึ้นมา present Drama ของตนเองสั้นๆ ฉายตัวอย่างDrama แต่ละเรื่อง แล้วพิธีกร ตัวจริงก็มารับหน้าที่ต่อ

พิธีกร ชายหญิง ก็สง่างามและสวยงาม มีการเดินลงมาสัมภาษณ์ นักแสดงของ Drama เรื่องต่างๆ
ที่โต๊ะของ เบ ยองจุน ก็มีการถาม เบ ยองจุน และ ฟิลลิป ลี คืนวันนั้น ที่โต๊ะ the legend ก็ มี ผู้กำกับ คิมจองฮัก ฮยอนโก ซูจินี ชอโร ทัมด๊ก (สุดหล่อ และแสนสง่างาม แม้จะต้องใช้ไม้ค้ำยัน และ ต้องมีคนช่วยพยุงตอนขึ้นเวทีรับรางวัลแถมต้องเดินขึ้นไปรับหลายรอบ) แทจังโร(ชอยมินซู) ให้ ภรรยา มางานแทน และมาหลังการแจกรางวัลรอบแรกไปแล้ว ภรรยา ชอยมินซูขึ้นไปรับรางวัลแทน สามี โต๊ะของThe legend จะอยู่ใกล้เวที ผู้ที่จะขึ้นไปรับรางวัล จะต้องเดินผ่านโต๊ะนี้ ผู้เล่า สังเกตว่า มีผู้ที่ขึ้นไปรับรางวัล ในระดับอาวุโส ที่เดินขึ้นไปรับรางวัล บางคนจะหยุดทักทายกับ เบ ยองจุน เบ ยองจุน จะสัมผัสมือ กับ ผู้อาวุโสเหล่านั้น พร้อมค้อมตัวคำนับอย่างอ่อนน้อม น่ารัก มากเลย เหตุการณ์คืนนั้น จนบัดนี้ 6 เดือนแล้วก็ยังเพิ่งเหมือนได้ชมเมื่อวันสองวันนี้เอง

จะขอเล่าเฉพาะรางวัลที่เกี่ยวข้องกับ ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์นะคะ

หลังจาก กล่าวชื่อของ DRAMA และนักแสดงนำแล้ว พิธีกรก็เชิญ ยุนอึนแฮ และ ดาราชายอีกคน ออกมาทำหน้าที่ เอ่ยนำชื่อและ ตัวอย่างของ Drama เรื่องต่างๆ รางวัล แรก น่าจะเป็น รางวัล New Comer ผู้ได้รางวัล ชาย 2 หญิง 2 มีลีจิอา เป็น หนึ่งในสองดาราหญิง จากนั้นดารานำหญิง ของDrama มากล่าวแนะนำ Drama และมีการ ฉายตัวอย่าง ลีจิอา แนะนำ TWSSG ฉายตัวอย่างจบ ดูเหมือนจะพักเวลานิดหนึ่ง

พิธีกรสาว เปลี่ยนชุดใหม่ขึ้นเวที แล้วก็พากันเดินลงทักทายนักแสดงนำตามโต๊ะต่างๆ และอย่างที่เล่าข้างบน คือ ที่โต๊ะของ เบ ยองจุน จะเป็นการทักทาย ถามคำถาม เบ ยองจุน และ ฟิลลิป ลี
แล้วก็ มีการเปลี่ยนพิธีกรอีกคู่ชายหญิง

รางวัลที่ 2 ของ TWSSG ก็คือ
GOLDEN ACTING HISTORICAL DRAMA AWARD 황금연기상 사극
ชอยมินซู (แทจังโร ) ได้รับรางวัลนี้ แต่ไม่ได้มาร่วมงาน ภรรยา ขึ้นรับรางวัลแทน และ กลับออกไปจากงานหลังรับรางวัล

มีการประกาศ รางวัลต่อไปเรื่อยๆ บางที ผู้ประกาศก็เป็นหญิงคู่ จนมาถึงรางวัล ที่คนที่เคยรับบทแสดงเป็นยอนทาบัล พ่อของซอซอนโน ในจูมง รับรางวัล ก็เปลี่ยนกลับมาเป็นพิธีกร คู่เดิม แล้วก็ ถึง คราว ยุนอึนแฮ มา present Coffee prince จบแล้ว ก็ เป็นการ Close ไปที่ กองเชียร์ของ Drama ต่างๆ ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด แข่งกัน รวมทั้งมีการสัมภาษณ์ กองเชียร์สาว
เปลี่ยนพิธีกร อีกคู่ นักแสดงชายหญิงรางวัลแรกของพิธีกรคู่ใหม่นี้คือ

POPULAR

ฝ่ายชาย คือ เบ ยองจุน ได้ คะแนน 82.80% คิดเป็นคะแนนดิบ 1,002,615 คะแนน รองลงมา คือ อีจุนกิ ได้ 12.48% และตามมาด้วย กงยู 2.50% และรางวัลนี้ มีชื่อ ชอยมินซู ผู้รับบทบาท แทจังโรได้รับเสนอชื่อด้วย
ฝ่ายหญิง คือ ลีจิอา ได้ 69% คิดเป็นคะแนนดิบ 835, 538 คะแนน และในรางวัล นี้ มีชื่อของ ชอย จิวู จากละคร เรื่อง Air city ได้รับการเสนอชื่อด้วย

จบเสียงประกาศชื่อ ของเบ ยองจุน และลีจิอา ผู้จัดการส่วนตัว ไม่ทราบชื่ออะไร ที่ตัวใหญ่ เป็นทั้งผู้จัดการและ บอดี้การ์ด ด้วย (หรือเปล่า ? )ปราดเอาไม้ค้ำยันมาให้ เบ ยองจุน ฟิลลิปลี หรือ ชอโร ช่วยพยุง เบ ยองจุน ขึ้นเวที เป็นการขึ้นรับรางวัลพร้อม ลีจิอา ที่ได้รางวัลฝ่ายหญิง เบ ยองจุน ส่งช่อดอกไม้และรางวัลตุ๊กตาทอง ให้ฟิลลิปลี ช่วยถือ เพราะ เบ ยองจุนต้องพูดที่ไมโครโฟน เบ ยองจุน หัวเราะน้อยๆ ก่อนพูดสั้น ๆ หัวเราะน้อยๆ อีก น่ารัก น่าปลื้ม
BYJ's speech. Credit to bb's blog

BYJ: Thank you, everyone. I don’t know how to express my gratitude. I’ll continuously repay you. I really appreciate it.
ที่มา joon family โดย Tiffany

แล้วลีจิอา ก็พูดบ้าง OH Kwang Rok (ฮยอนโก ) ปรบมือเบา ๆ กับคำพูดของศิษย์รัก ซูจินี ที่โต๊ะนั่ง
ตอนลงจากเวที ทั้งผู้กำกับ คิมจองฮัก Oh Kwang Rok รวมทั้ง ผู้จัดการส่วนตัวของ เบ ยองจุน ก็ มาคอยรับ เบ ยองจุน กลับไปนั่งที่โต๊ะ

มีการประกาศชื่อ และ ฉายตัวอย่าง Drama อีก เพื่อสำหรับรางวัล

BEST COUPLE

เบ ยองจุน คู่ กับ ลีจิอา จาก TWSSG ได้คะแนน 92.98% เป็นคะแนนดิบ 823,938 คะแนน รองลงมา คือ กงยู และ ยุนฮึนแฮ จาก Coffee Prince ได้ 4.8 % เป็นคะแนนดิบ 42,616 คะแนน

คราวนี้ ฟิลลิป ลี เป็นคนรับไม้ค้ำยันจากผู้จัดการ มายื่นให้ เบ ยองจุน แล้วทั้ง Oh Kwang Rok และ ฟิลลิป ลี ประคอง เบยองจุน ซ้ายขวา เลยทีเดียว มี ผุ้กำกับ คิมจองฮัก เดินมาส่งหน้าเวที อีกคนด้วย (ลุกจากโต๊ะ นั่งหมดโต๊ะเลย) แล้ว ฟิลลิป ลี ก็คอยรับช่อดอกไม้ และรางวัล ต่อจาก เบ ยองจุน คราวนี้ เบ ยองจุน พูดไป ยิ้มไป หัวเราะไป และพูดยาวกว่าครั้งแรก ผู้จัดการคิมจองฮัก ทำหน้าตาชอบอกชอบใจ ปรบมือ ให้ที่โต๊ะ

BYJ's speech. Credit to bb's blog
BYJ: Thank you. My mangers painted these crutches in black.It seems that you liked watching the sad love between Damdeok and Suzinee. The love wasn’t expressed much in the drama, and the viewers felt something was missing. I think we got these awards due to those feelings of the viewers. Thank you very much.If Producer Kim will produce TWSSG Season 2, then the unfulfilled love may be expressed.

แล้ว ลีจิอา ก็พูดบ้าง เมื่อพูดจบ พิธีกรก็มีคำถามถาม เบยองจุน เบยองจุนตอบสั้นๆ แล้วก็มีคำถามอีก เบ ยองจุน ก็ตอบอีก คราวนี้ ลีจิอา หัวเราะชอบใจ รวมทั้ง ยุนอึนแฮ ก็ปรบมือชอบใจ คำตอบของเบ ยองจุน ( ไม่ทราบจริง ๆว่า ชอบใจอะไรกัน) ทั้งหมดลงจากเวที คราวนี้กล้องไม่ Close แล้วก็ต่อด้วยการประกาศและรับรางวัลอื่นๆ จน มาถึง รางวัล

Most Popular drama 올해의 드라마상
แน่นอนว่า จะเป็นเรื่องอื่นได้อย่างไรถ้าไม่ใช่Legend 태왕사신기

TWSSG ได้ 54.72% และตามด้วย COFFEE PRINCE 22.16 % ไม่มีคะแนนดิบให้ดูค่ะ
ทั้ง 5 คน ขึ้นเวทีหมด ผู้กำกับคิมจองฮักเป็นคนรับรางวัล พิธีกร มีคำถาม Oh Kwang Rok แล้วก็ถามผู้กำกับ แล้วก็ถาม เบ ยองจุน พิธีกรชาย ถามคำถามและทำท่าล้อเลียน เบ ยองจุน คงจะถามเรื่องไม้ค้ำยัน เพราะ เบ ยองจุน ยื่นไม้ค้ำยันข้างหนึ่งให้ พิธีกรชายรับไป ยกขึ้นดูแล้วมีคำพูดกับ เบยองจุน แล้วส่งคืนให้ และมีคำถามยงจุนอีกครั้ง
แล้วกล้องก็จับเฉพาะ พิธีกรชายหญิง มีการเปลี่ยนพิธีกรใหม่อีกคู่เป็นการประกาศรางวัลอื่น มีรางวัล

TOP EXCELLENCE (최우수상)Actor 남자:Kim Myung-min 김명민 (White Tower 하얀거탑)Bae Yong-joon 배용준 (Legend 태왕사신기)Lee Seo-jin 이서진 (Yi San 이산)Choi Min-soo 최민수 (Legend 태왕사신기)
เป็นอีกรางวัล ที่มีชื่อทั้ง เบ ยองจุน และ ชอยมินซู ถูกเสนอชื่อ แต่ปรากฏว่า ลีซอจิน เป็นคนได้รับรางวัลนี้

จนถึงรางวัลสุดท้าย

ซงอิลกุ๊ก พระเอก จูมง เดินออกมาจาก ม่านเวที หน้าใสปิ้ง พอๆ กับ เบยองจุน ก็ แหม อายุ ก็ใกล้เคียงกันนี่นา ในมือ ซงอิลกุ๊ก ถือ แผ่นกระดาษรายชื่อ รางวัลสำคัญ พิธีกร สัมภาษณ์ ซงอิล กุ๊ก ขอเดาว่าถามเรื่อง งานแต่งงาน เพราะ ซงอิลกุ๊ก ทำท่าเขินจัด มีตอนหนึ่ง ที่กล้อง close ไปที่ ยุนอึนแฮ ๆ ทำท่าเขิน พิธีกรหญิงพูดบางอย่าง มีการเอ่ยชื่อ เบ ยองจุน และลีซอจิน แล้วซงอิลกุ๊ก ก็อ่านชื่อรางวัลทำท่าจะประกาศรายชื่อ ดนตรีทำจังหวะเสียงให้ตื่นเต้น พิธีกรช่วยพูด แล้ว ซงอิลกุ๊ก ก็ประกาศ
ชื่อ DRAMA ว่า TWSSG ต่อด้วยชื่อ เบ ยองจุน

เบ ยองจุน ลุกขึ้นอีกรอบ ผู้กำกับ คิมจองฮัก เข้ามากอด ต่างคนต่างกอดกันก่อนขึ้นเวที Oh Kang Rok และฟิลลิป ลี ช่วยพาเบ ยองจุนขึ้นเวทีรับรางวัล อันยิ่งใหญ่นี้ ซงอิลกุ๊ก เป็นผู้มอบรางวัลให้ เบ ยองจุน ส่วน ฟิลลิป ลี และ Oh Kwang Rok ถอยห่างออกมา เบ ยองจุน เหลียวไปหา ฟิลลิป ลี ส่งช่อดอกไม้และรางวัลให้ตามเคย ซงอิลกุ๊ก ถอยไปอีกด้าน พิธีกร มีคำถามถาม เบ ยองจุน เบ ยองจุน ตอบคำถาม คนเชียร์ที่มาร่วมงานพากันตบมือ เบ ยองจุน พูด ค่อนข้างยาว มีการกล่าวถึงผู้กำกับคิม จองฮักด้วย มีผู้ชม ขึ้นไปมอบช่อดอกไม้ให้ เบ ยองจุน โดยเป็น ชาย หนึ่ง หญิงสอง รวม 3 ช่อ ในระหว่างที่ เบ ยองจุน พูด เอ้า!!! แล้วกัน ช่อดอกไม้ ร่วงหล่นพื้น พิธีกรสาว ต้องก้มเก็บให้ เดือดร้อน ฟิลลิป ลี ต้องส่ง ดอกไม้ และรางวัลที่ถือให้ เบ ยองจุน แต่แรก ส่งต่อให้ Oh Kwang Rok ถือไว้แทน ตัว ฟิลลิป ลี เอง ต้องมาถือ ดอกไม้ ใหม่ 3 ช่อ แทน เอง จบคำพูดของเบ ยองจุน พิธีกรชาย ก็ จูง ซงอิลกุ๊ก มายืนข้าง เบยองจุน แล้วทั้ง พิธีกรชาย ซงอิลกุ๊ก เบ ยองจุน และ พิธีกรหญิง ทั้ง 4 คน ก็กล่าว อำลาปิดงานพร้อมๆกัน และโค้งคำนับ เป็นอันเสร็จสิ้น พิธี แล้วก็ มีเสียงเพลงและภาพของ TWSSG ดังขึ้น

BYJ has just won the top award, the Daesang award 2007. ^^
Translation of his speech. Credit: bb's blog
MC: Ironically, it happens that Joomong is handing the award to King Gwangto. Congratulations!The TWSSG team got many awards tonight, and BYJ got the grand acting award. I heard that you hurt yourself a lot, and you’re difficult to move around even in the short distances. But you managed to attend and got the grand acting award. Please give us your expressions for the award.

BYJ: First of all, I appreciate it. I wanted to be an action actor, but it seems that it’ll be difficult. I realized that the challenge for the new field is very difficult and rewarding work through this drama. I sincerely appreciate Producer Kim and all of staff and casts finishing this drama for long time. And I appreciate and apologize for the viewers and MBC for trusting and waiting for the drama until the end even though there were a few regrettable aspects.I’ll continuously work hard to be a better actor and man in the future. And lastly, I really appreciate my families who always trust and give me a big strength.

MC: Whom did you remind first when Song Ilkook called you name?
BYJ: Producer Kim Jonghak nim.
MC: I was requested to ask this question to you. Are you going to remain single?
BYJ: Absolutely, not.
MC: What type of girl do you like?
BYJ: I don’t know.
MC : .........It might be troubling for you to answer this question, but when do you think you will marry?
BYJ: I think in 3 years.
MC: Then, we can see him settling down as the head of a family in 3 years
จาก Joon family
TIFFANY IN KIMCHILAND

แม้ จะเป็นข่าวเมื่อ ธันวาคม 2007 แต่ นี่ก็คือ เกียรติคุณ ของละคร ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ ที่มีการโหวตที่ประเทศเกาหลี

และ ตามมาติดๆ กับข่าวการโหวตที่ ประเทศจีนไม่เกี่ยวกับละคร แต่เป็นการโหวตดารา
ที่ใช้เวลาของการโหวต 1 เดือน จากวันที่ 19/12/07 มีรายงาน ถึงวันที่ 14 มกราคม 2008 ที่ เบ ยองจุน ได้คะแนนโหวต 9.702,101 votes, ตามมาด้วย Rain 8,720,055 votes ที่ นำมากล่าวถึงนี้ เพื่อสื่อ ว่า ที่ต่างประเทศ เวลาเขาโหวตกัน ผู้เข้าร่วมโหวต มีมากจริงๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าว ของ

composer Joe Hisaishi

จาก joon family 25/02/08 โดย Rosiebaba

BEST ORIGINAL SCORE - TELEVISION The International Film Music Critics Association Awards

Events News AWARD WINNERS ANNOUNCED BY INTL FILM MUSIC CRITICS ASSOCIATION Feb 19, 2008, 3:21PM

The members of the International Film Music Critics Association (IFMCA) have announced the winners of the 4th Annual IFMCA Awards, honoring achievements in film and television music in 2007.

The Best Original Score for Television award goes to Japanese composer Joe Hisaishi and his work on the Korean television series Tae Wang Sa Shin Gi (The Story Of The Great King And The Four Gods), while the inaugural award in the new Best Original Score for a Video Game or Interactive Media category goes to John Debney for his epic score for Lair, and recognizes the increasing level of compositional excellence for this exciting and popular media.


มีหลายรางวัล และหลาย composer แต่ขอยกมาที่เกี่ยวข้อง กับ Tae Wang sa shin Gi หรือ The story Of The Great King And Four Gods หรือ The Legend หรือในที่สุดก็คือ ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ ของที่บ้านเรา เพลงทั้งหมดของละครเรื่องนี้ น่าจะ 19 เพลง นะคะ

The complete list:

A - SCORE OF THE YEAR *
Atonement, music by Dario Marianelli

B- FILM COMPOSER OF THE YEAR
* Alexandre DesplatC

C– BREAKTHROUGH COMPOSER OF 2007
*Ilan Eshkeri for Stardust

D- BEST ORIGINAL SCORE FOR A DRAMA FILM
*Atonement, music by Dario Marianelli

E - BEST ORIGINAL SCORE FOR A COMEDY FILM
* Enchanted, music by Alan Menken

F - BEST ORIGINAL SCORE FOR AN ACTION/ADVENTURE FILM
* The Bourne Ultimatum, music by John Powell

G - BEST ORIGINAL SCORE FOR A FANTASY/SCIENCE FICTION FILM
* The Golden Compass, music by Alexandre Desplat

H - BEST ORIGINAL SCORE FOR A HORROR/THRILLER FILM
* Zodiac, music by David Shire

I - BEST ORIGINAL SCORE FOR AN ANIMATED FEATURE
* Ratatouille, music by Michael Giacchino

J - BEST ORIGINAL SCORE FOR A DOCUMENTARY FEATURE
* Earth, music by George Fenton


K - BEST ORIGINAL SCORE FOR TELEVISION
* Tae Wang Sa Shin Gi (The Story of the Great King and the Four Gods), music by Joe Hisaishi




L - BEST ORIGINAL SCORE FOR A VIDEO GAME OR INTERACTIVE MEDIA
* Lair, music by John Debney

M - BEST NEW RELEASE/RE-RELEASE/RE-RECORDING OF AN EXISTING SCORE
* Alien, music by Jerry Goldsmith; Douglass Fake, Michael Matessino and Nick Redman (producers)

N - BEST FILM MUSIC COMPILATION ALBUM
* Amazing Stories: Anthology 3, Douglass Fake (producer)

O - FILM MUSIC RECORD LABEL OF THE YEAR
* Intrada, Douglass Fake

P – FILM MUSIC COMPOSITION OF THE YEAR
* Elegy for Dunkirk from Atonement, music by Dario Marianelli

Q – SPECIAL AWARD
* Hairspray, music and lyrics by Marc Shaiman and Scott Wittman



ปล ต้องขออภัย ที่ยก ภาษาอังกฤษ มาทั้งท่อนแบบนี้ เพราะตัวเองไร้สามารถ ที่จะแปล ช่วงนี้ ทั้ง คุณ Roytavan และ คุณ Kelly มีภาระกิจมาก

และต้องขออภัย ที่การเล่าเรื่องย่อ ผู้เล่า ใช้คำแทนตัว คำว่า หม่อมฉัน ผิดไปมาก ขอแก้ไข ดังนี้ นะคะ

หม่อมฉัน –ส .คำใช้แทนตัวผู้พูด สำหรับเจ้านายที่มีศักดิ์ เสมอกัน หรือสำหรับผู้หญิงที่ใช้พูดกับเจ้านาย เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1.

ข้าพระพุทธเจ้า – คำใช้แทนตัวผู้พูด กราบทูลเจ้านายชั้นสูงหรือพระเจ้าแผ่นดิน เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1

เกล้ากระหม่อม -ส. คำใช้แทนตัวผู้พูด เพศชาย เพ็ดทูลพระอนุวงศ์ชั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระวรวงศ์เธอที่ทรงกรม และสมเด็จพระสังฆราช ถ้าผู้พูดเป็นเพศหญิง ใช้ว่า เกล้ากระหม่อมฉัน เขียนย่อว่า เกล้าฯ เป็นสรรพนามบุรุษที่ 1.

กระหม่อม-ส. คำใช้แทนตัวผู้พูด เพศชาย เพ็ดทูลเจ้านายชั้นหม่อมเจ้า และพระวรวงศ้ธอที่มิได้ทรงกรม เป็นสรรพนามบุรุษ ที่1.

เกียรติคุณ- เกียรติ, คุณที่เลื่องลือ , ชื่อเสียงโดยคุณงามความดี
เกียรติยศ- เกียรติโดยฐานะตำแหน่งหน้าที่หรือชาติชั้นวรรณะ
เกียรติประวัติ- ประวัติที่ได้รับการสรรเสริญ, ประวัติที่เลื่องลือ


และมีเพื่อนๆอยากดูเบื้องหลังการถ่ายทำ คุณRoytavan หรือคุณ Snowbyj คงหา คลิป หรือภาพมาให้ ดู ส่วนตัวคนเล่าก็จะพยายามเรียบเรียงเสียงประสานเป็นตัวอักษร ขอเวลากันหน่อยนะคะ