ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์

Tuesday, October 27, 2009

Hanbok




Hanbok

ชุดฮันบก.......

ความงามและเอกลักษณ์ของสุภาพสตรีเกาหลี
ฮัน แปลว่าเกาหลี
บก แปลว่าชุด
เมื่อเอามารวมกันเรียกว่า “ ฮันบก “ แปลว่า ชุดเกาหลี

ฮันบก คือชุดประจำชาติเกาหลี ปัจจุบันไม่นิยมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังพอมีเห็นกันบ้างตามชนบทจะเห็นคุณย่าคุณยาย หรือผู้หญิงฐานะดีใส่กัน
จากหนังสือ Look In KOREA

ฮันบก เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติเกาหลีเป็นเวลาหลายพันปี มาแล้ว ความงดงามและวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมเกาหลีจะถ่ายทอดสื่อความประณีต และทัศนคติ ของบรรพบุรุษชาวเกาหลี ส่วนหนึ่งในเรื่องการแต่งกายผ่านครื่องแต่งกาย ฮันบกนี้ โดยสตรี




ชุด ฮันบก มีความคล้ายคลึงกับชุดไทยของเรา ในเรื่องของการมีวิวัฒนาการมาโดยตลอดตามยุคสมัย จนกระทั่งในสมัยปัจจุบัน ก็มีชุด ฮันบก ประยุกต์ จากที่ได้เห็นกัน ในละครหรือหนัง พีเรียด ของเกาหลีหลายๆเรื่อง
หากติดตามละครประวัติศาสตร์ของเกาหลี ก็จะเห็น วิวัฒนาการของชุด ฮันบกนี้ จาก ภาพยนตร์เมื่อหลายปีก่อน คือ ตำนานรักทะเลสาบพันปี ที่เอ่ยถึงอาณาจักรชิลลาโบราณ และที่สำคัญ ในปี 2003 คือภาพยนตร์เรื่อง Untold Scandal อันเป็นเรื่องอื้อฉาวในราชวงศ์โซซอน

คาสโนว่าเจ้าสำราญยุคโซซอน ที่ขวัญใจของพวกเรา คุณ เบ ยองจุน นั่นเองที่รับบทบาทเป็น โชวอน ติดหนวด เกล้าผม สวมหมวกทรงสูง เป็นเรื่องแรก
ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ เน้น เรื่องเครื่องแต่งกาย และวัฒนธรรม ของโซซอนมากกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ
หลังจากนั้น ก็มาถึงละครประวัติศาสตร์ ที่เดินเรียงแถวมามากมาย ทั้ง
จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นสร้างอาณาจักร โคคุเรียว เป็นยุคสมัยต่อเนื่อง มาจากอาณาจักร พูยอ
ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ ของกษัตริย์กวางแกโตมหาราช กษัตริย์พระองค์ที่ 19 ของโคคุเรียว
จนมาถึง ความรักของกษัตริย์ คิงมู กษัตริย์พระองค์ที่ 30 ของแพคเจ กับเจ้าหญิงซัลวา เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรศัตรู คือชิลลา ที่แม้จะสมหวังที่ฝันฝ่าอุปสรรคกันมาได้ แต่ ก็จบด้วยด้วยการ สิ้นพระชมม์ของเจ้าหญิงที่มีพระชนม์สั้นมาก
แล้วก็ เรื่องที่โด่งดังไปทั่ว แดจังกึม ใน ยุคกษัตริย์ Junjong กษัตริย์พระองค์ที่ 11 แห่งราชวงศ์โซซอน
แล้วก็มีเรื่องของราชวงศ์โซซอน ตามมาอีกหลายเรื่อง ทั้ง ยุคของ กษัตริย์ Seongjong พระองค์ที่ 9 และ และกษัตริย์ จองโจ หรือYi-San พระองค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์ โซซอน ( ไม่ได้เรียงลำดับ ตามปีที่การถ่ายทำ)
เราจะเห็น ฮันบก ที่หลากหลายไปตาม ศักดินา และชนชั้น ของผู้สวมใส่ ทุกยุคทุกสมัย



ชุด ฮันบก ที่ดูจะคุ้นตา คนรุ่นเรา ในศตวรรษนี้ ก็ น่าจะเป็น ฮันบก ใน สมัยราชวงศ์ โซซอน นี่แหละ


ผู้เขียน ได้รู้จัก ชุดเกาหลีครั้งแรก ในปีที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ น่าจะครั้งแรก เมื่อนานมากมาแล้ว เพราะ มีนางงามหลายท่าน ใส่ชุดประจำชาติต่างๆ เป็นผู้ถือป้าย ประเทศเหล่านั้น ในคราวนั้น มีคุณอาภัสรา หงสกุล สวมชุดประจำชาติเกาหลี ก็เป็น ฮันบก ในยุคราชวงศ์ โซซอน นี่เอง

ชุดประจำชาติ สตรีไทย ก็มีวิวัฒนาการ มาตามยุคสมัยของราชธานี ตั้งแต่สุโขทัย ไล่มา จนรัตนโกสินทร์ ซึ่งเฉพาะ กรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีหลายรูปแบบเช่นกัน แค่ชุดไทยพระราชนิยมก็หลายแบบแล้ว หลายรัชกาล คุณร้อยตะวัน คงมีข้อมูล ชุดประจำชาติไทยมาเล่าต่อนะคะ

ชุดฮันบก มองดูหนาและมีหลายชั้น ไม่ใช่เพราะอากาศหนาวอย่างเดียว เป็นเพราะชาวเกาหลีเองมีทัศนะคติคล้ายๆจีน ที่ว่า ผู้หญิงไม่ควรเปิดเผยผิวให้คนอื่นเห็นมากเกินจำเป็น ชุด ฮันบก ก็เลยมีประมาณ 4-5 ชั้น สีสันของชุด ถ้าเป็นชุดของเด็กๆ สีสันจะยิ่งสดใส ทั้งที่ชุด ฮันบก ของผู้ใหญ่ ก็สีสันสดใสอยู่แล้ว

คงพอนึกชุดชั้นในสุดของเสื้อใน และกางเกงใน ได้นะคะ ทุกครั้งที่เห็น ก็เป็นสีขาว (เช่นของพระชายากษัตริย์ ฮองลิม และ แม่นางซุก รวมทั้ง โซ อ็อก หญิงสาววัย 16 ที่กำลังจะมาเป็นภรรยาน้อย สามีแม่นางโช ใน Untold scandal ที่เสียท่าให้ โชวอน ไง)

ชุดฮันบก มีเสื้อกับกระโปรงบางๆใส่เป็นซับในชั้นแรกก่อน มีสุ่มไก่ เพื่อให้กระโปรงท่อนล่างบานขึ้นมา ใส่เสื้อบางๆทับอีกชั้น แล้วถึงจะใส่เสื้อและกระโปรงสีสันสดในอย่างที่เห็นกัน (ถ้าจะออกนอกบ้าน ต้องสวมเสื้อนอกอีกตัวหนึ่งทับไว้ด้วย ( แม่นาง ซุก จะสวมเสื้อนอก เวลาออกนอกบ้านหลายครั้ง รวมทั้งมเหสียุน มเหสีองค์ที่2 ของกษัตริย์ Seongjong เวลาออกนอกพระราชวัง )

ชุดฮันบก ประกอบไปด้วย
ชอ โก รี คือเสื้อนอกท่อนบนของผู้หญิงที่มีความยาวระดับอก แขนยาวถึงข้อมือ ในสมัยก่อน
ชอ โก รีมีความยาวถึงประมาณเอว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชอโกรีก็ค่อยๆสั้นขึ้น จากเอวมาที่อก จนกระทั่งขึ้นไปเหนือหน้าอก และมีการปัก รอบคอของ ชอ โก รี และปลายแขน สวยงาม

โครึม ที่ชอ โกรี
โค รึม จะมีเส้นสั้นและเส้นยาว การผูก โครีม จะไม่ผูก เป็นโบว์ แบบบ้านเรา เขามีแบบฉบับการสอด โครีม ที่ไม่ใช่ผูกโบว์

ซี มา เป็นกระโปรงของผู้หญิงที่ปกปิดร่างกายต่อจากชอโกรี มีความยาวคลุมถึงข้อเท้า

ซก ซี มา เป็นกระโปรงชั้นในสำหรับผู้หญิง ใส่ไว้ชั้นในสุด
เหมือน ชุดซับใน ทั้งเสื้อและกระโปรง( บางทีกระโปรง ก็เป็นสุ่มไก่ติดกับเสื้อซับในเลย ไม่ได้แยกเป็นอีกชิ้น)

ทู รู มา กี เป็นเสื้อนอกขนาดยาวเลยเข่า มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ใส่เมื่อออกไปข้างนอกหรือเพื่อสร้างความอบอุ่นในหน้าหนาวและถ้าเป็นขุนนางหรือชนชั้นสูงศักดิ์ก็จะใส่ไว้ตลอด




ผ้าที่นำมาใช้ตัดชุดฮันบกมีอยู่มากมายหลายชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ผ้าป่าน ผ้าฝ้ายมัส ลิน ผ้าไหม ผ้าแพร
โดยผู้สวมใส่จะเลือกใส่ชุดที่ตัดจากผ้าชนิดใดขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ

ฮันบกที่ใช้สำหรับแต่งกายในฤดูหนาวมักใช้ผ้าที่ทอจากฝ้าย


การสวมชุด ฮันบก จะให้สมบูรณ์จริงๆ ต้องมีการเกล้าผมขึ้น เมื่อเกล้าผม ก็ต้องมีปิ่นปักผมและใส่รองเท้าให้เข้าคู่กันด้วย เมื่อสวมรองเท้า ก็ต้องมีถุงเท้า และความสวยงามพิถีพิถันก็เป็นไปตามศักดินาและผู้สวมใส่ อีกตามเคย

ก่อนที่วัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตกจะได้เข้ามาในเกาหลีเมื่อ ร้อยปีมาแล้วนั้น สตรีชาวเกาหลีจะสวมชุดฮันบกเป็นปกติทุกวัน
ในปัจจุบันชุดประจำชาติ ฮันบก จะใช้สวมในโอกาสพิเศษต่างๆ งานมงคลสมรส วัน ซอลลัล ( วันขึ้นปีใหม่ ตามจันทรคติ) หรือวัน ซูซก (วันขอบคุณพระเจ้า)
วันที่มีพิธีการพิเศษต่างๆ เช่น วันรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ยง จุน เคยรับ เครื่องราชฯ นี้
วันที่ ยงจุนทำพิธีเปิดร้าน โกชิเร เมื่อสองปีก่อนที่ญี่ปุ่น
สุภาพสตรี ในวันนั้น ก็สวมชุด ประจำชาติ ฮันบกนี้


นางแบบวันนี้ สอด โครีม ไม่เป็น ก็เลยผูกโบว์แทนค่ะ และไม่ใช่คนเกาหลี ก็เลยไม่เกล้าผมปักปิ่น ใส่ถุงเท้า รองเท้า ห้อยเครื่องประดับที่ ชอ โก รี แบบ ฮันบก เต็มยศ
ซก ซี มา เป็นแบบสุ่มไก่ ติดกับเสื้อใน เลย
ข้อดีของชุดฮันบก ในความรู้สึกของผู้เขียน คือเป็นชุดที่สวมใส่แล้ว มองไม่เห็นทรวดทรงองค์เอวของผู้สวม จะอ้วนหรือผอม ใส่ชุดฮันบกแล้วดูพองๆ กลม เหมือนกันหมด ไม่มีใคร หุ่นดีกว่าใคร แม้ชุดตัวนอก จะบางใสมาก แต่ ไม่รบกวนกิเลศ เพศตรงข้าม



Wednesday, October 21, 2009

TWSSG Official Calendar 2010.

TWSSG Official Calendar 2010.


Photo upload by Ladymoon














Saturday, October 17, 2009

[Degress] Thai Tradition Wedding by Ploypayoom /งานแต่งงานตามประเพณีไทยแบบดั้งเดิม โดย พลอยโพยม



Thai Tradition Wedding by Ploypayoom

งานแต่งงานตามประเพณีไทยแบบดั้งเดิม โดย พลอยโพยม

วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศ สื่อ ประเพณี ของ ประเทศไทย บ้างนะคะ เมื่อวันเสาร์ นี้ เผอิญ ดิฉัน ต้องทำหน้าที่ เป็น นายขันหมาก ในประเพณี แต่งงาน ให้บุตรสาว เพื่อนรุ่นน้อง และจำได้ว่า เมื่อปี 1999 เคย ทำพิธีนี้มาครั้งหนึ่ง และมีภาพถ่ายประกอบ เลยต้องขอนำภาพ เมื่อ ปี 1999 มาอธิบายประกอบ เพราะในปีนั้น คู่บ่าวสาว เป็นเพื่อนร่วมงาน ที่ เป็นน้องรัก ดิฉันเลยต้องไปร่ำเรียน พิธีการ จัดขันหมาก และเป็นนายขันหมากมา เพื่อการนี้โดยเฉาะ รวมทั้ง ระดม น้องๆในที่ทำงาน และคนในครอบครัว มาช่วยกัน จัดขันหมาก ยกเว้น พานแหวนหมั้นและพานสินสอดนะคะ ที่ต้องใช้ ฝีมือชาววัง ที่ท้ายวัง (ที่สนามหลวง ) เป็นคนจัดทำ


พิธีการ ที่จะกล่าวถึงนี้ ขอข้ามขั้นตอน ของ ฤกษ์ยาม คติความเชื่อ ของขนมในขบวนขันหมาก ขนมเสี่ยงทาย ผลไม้และกับข้าวในวันทำพิธีแต่งงานนะคะ เพราะ มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย และก็มีที่หาอ่านได้มากมายเช่นกัน
ปัจจุบัน เพื่อเป็นการย่นย่อพิธีการ มักจะนิยม มีพิธีหมั้น ในวันเดียว กับวันแต่งงาน โดยประกอบพิธี ต่อเนื่องกันเลย

พิธีการ เริ่มจาก ในตอนเช้ามืด เจ้าบ่าว ต้องมาประกอบพิธี ที่บ้านเจ้าสาว คือการกราบไหว้ สักการะ ศาลพระภูมิจ้าที่
พร้อมกับเจ้าสาว

ต่อด้วยพิธี ทำบุญ ตักบาตรเช้า

ประเพณี ทำบุญตักบาตรเช้า ก็ มีนัยสำคัญ คือ คู่บ่าวสาว ได้ ร่วม ตักบาตร ร่วมขัน ต่อด้วยพิธีสงฆ์ ที่ได้ร่วมกันบำเพ็ญ เป็นศิริมงคล ผลบุญกุศล ที่ร่วมประกอบด้วยกัน ในการเริ่มต้นชีวิต คู่ ในการนี้ เราจะนิยม ให้ พระสงฆ์องค์ประธาน ที่รับนิมนตร์ มา เป็นองค์ ที่ประกอบ น้ำมนตร์ ที่เราจะใช้ เป็นน้ำสังข์ ในการหลั่งน้ำพระพุทธมนตร์ รวมทั้ง เป็นผู้ ประกอบสายมงคลแฝด ที่จะใช้สวมศีรษะ คู่บ่าวสาว บางงาน ก็นิยม ให้ พระสงฆ์ เป็น องค์ เจิมหน้าผาก คู่บ่าวสาว ไว้ตั้งแต่ตอนทำบุญเลี้ยงพระเช้าเลยทีเดียว แต่ บางท่าน ก็ อาจจะเชิญ ญาติผู้ใหญ่ หรือผู้มีเกียรติ ที่นับถือ เป็น คนเจิมหน้าผาก คู่บ่าวสาว ในช่วง ที่ขึ้นนั่งบนตั่ง ก่อนรดน้ำสังข์ ก็ได้ การสวมมงคลแฝดให้บ่าวสาว ต้องเลือกเชิญ ญาติผู้ใหญ่ ที่มีชีวิตสมรสที่ราบรื่นเป็นสุข มีทายาท ที่ว่านอนสอนง่าย เป็นเด็กดี

หลังจาก เสร็จสิ้นพิธีทำบูญตักบาตรเช้าแล้ว เจ้าบ่าวจะต้องออกจากบ้านเจ้าสาว เพื่อไปร่วม ขบวนขันหมาก ที่ จะต้องจัดมาบ้านเจ้าสาว
ปัจจุบัน เรามีการประยุกต์ รูปแบบ การแห่ขบวนขันหมาก คือ คณะฝ่ายเจ้าบ่าว จะเตรียม อุปกรณ์ต่างๆเครื่องของขันหมาก มา จัดตรียม ใกล้ๆ บ้านเจ้าสาว นั่นเอง
การจัดขบวนขันหมาก อันเป็นขบวน ที่เจ้าบ่าว ต้องแห่ไปบ้านเจ้าสาว โดยหลักแล้ว ก็จะมีความคล้ายคลึงกัน อาจแตกต่างที่รายละเอียดบ้างเล็กน้อย คงต้องขอใช้ ตำว่า บางใคร บางมัน หมายถึง ถิ่นใคร ถิ่นมัน ทำนองนั้น หากไปพบเห็น ในบางงาน ที่จัดไม่เหมือนกัน ก็ขอให้ นึกถึง คำนี้ไว้นะคะ อย่าไปตำหนิติเตียน ว่าไม่ถูกต้อง การจัดขบวนขันหมาก แต่ละถิ่น ก็ยึดถือหลัก ของความมงคลสวัสดี สำหรับ คู่บ่าวสาว เป็น ที่ตั้ง และมีการเสริมในส่วนที่คิดว่าดีงาม เป็นมงคล เพิ่มเข้าไป แต่ที่สำคัญ ก็ คือ สินสอด ขันหมากเอก ขันหมากโท บริวารขันหมากอื่นๆ ก็จะเน้นเฉพาะ ที่สำคัญ

สินสอด ก็คือ แก้วแหวนเงินทอง ที่ ได้ มีการตกลงกันไว้ตั้งแต่ เมื่อตอน ที่มีการสู่ขอ เราเรียกว่า ขันสินสอด มีบางงาน ที่จะแยก แหวนหมั้น แยกออกจากสินสอด อื่นๆ

ในขันสินสอด นอกจากเงิน ทอง อัญมณี อื่นๆแล้วต้องมี ถั่วเขียว งา ข้าวเปลือก ข้าวตอก ใบเงิน ใบทอง ใบรัก และ บางที ก็มีดอกไม้มงคล เช่น ดอกรัก บานไม่รู้โรย เด็ด กลีบ ปน ลงไป จะอยู่ ในห่อกระดาษแดง หรือ ถุงผ้าสีแดงก็ได้ เพื่อใช้ในการ โรยถั่วโรยงา เป็นการอวยพร หลังการตรวจนับสินสอด ของฝ่ายเจ้าสาว

ขันหมากเอก จะเป็นขันเดียวหรือขันคู่ ก็ขึ้นกับประเพณีท้องถิ่น แต่ส่วนใหญ่ นิยมเป็น ขันคู่ ขันหมากเอก ภายใน ก็ จะบรรจุ หมาก (ที่ต้องตัดก้นหมากป้ายปูนแดง) ใบพลู จัดเป็นเรียง เช่น ใบพลู 4 ใบ 5 เรียง สำหรับขันหมากเอกใบที่1 ใบเงิน ใบทอง ใบรัก ขันหมากเอกใบที่2 จะแตกต่างที่ จำนวนใบพลู คือ 3 ใบ 4 เรียง เป็นต้น จำนวน ของหมากกี่ผล ใบพลู กี่ใบ กี่เรียง และ ใบอื่นๆ จำนวน กี่ใบ ก็ขึ้น กับความเชื่อ ของ ครูบาอาจารย์ ที่ถ่ายทอดกันมาเป็นทอดๆ

ขันหมากโท จะมีเพียง ขนมจีน และห่อหมก ส่วนที่ดิฉันถ่ายทอดมา ก็ คือจำนวนรวม ขนมจีน 7 จับ ห่อหมก 7 ห่อ เมื่อนำลงขัน ขันใบที่1 เป็นขนมจีน 4 จับ ห่อหมก 4 ห่อ ขันหมาโทใบที่ 2 ขนมจีน 3 จับ ห่อหมก 3 ห่อ
ขัน ทั้ง 5 ใบนี้ ต้องมี เตียบ คลุมไว้อีกชั้น ก็นิยม ทำเป็นกรวยครอบ แล้ว หุ้มด้วยผ้าที่มองดูสวยงาม
ขันหมากเอก และขันหมากโท ต้องให้ หญิง 4 คน เป็นคน ถือ ถ้าเป็นโสด ต้องโสด ทั้ง 4 คน หากแต่งงานแล้ว ก็ต้อง แต่งงานแล้ว ทั้ง 4คน เป็นหญิงที่แต่งงานแล้วราบรื่น ในชีวิตสมรส ห้ามเป็นสาวแก่ แม่หม้าย
หญิง ถือขันหมากทั้ง 4 คนนี้ เป็นตัวแทนของ นางสุธรรมมา นางสุนันทา นางสุจิตรา นางสุชาดา เอกอัครมเหสี ของพระอินทรา ผู้ถือว่า เป็นใหญ่ ในขบวนขันหมากนี้

ส่วนขันสินสอด และ พานหมั้น นิยม ใช้เด็กหญิง แต่งตัวสวยงาม เป็นคนถือ โดย มี เฒ่าแก่ขันหมาก และเจ้าบ่าว อยู่ข้าง ขันสินสอด ( เพื่อความปลอดภัยด้วย บางทีก็เป็น แม่เจ้าบ่าวเอง)

ในขบวนขันหมาก เดินเรียงแถวดังนี้
1.อ้อย 5 ลำ แยกเป็น 3 ลำและ 2 ลำ คาดผ้าแดงที่ล้ำอ้อย ที่ขุดมาทั้งต้น ใบราก 3 ท่อน อ้อย 2 มัดนี้ โยงด้วยผ้าแดง สี่เหลี่ยม ผูกเชือกที่มุม บน 2 มุม ถือด้วย ชาย 2 คน นำหัวขบวนขันหมาก
2. ต้นกล้วย 2 ต้น ทั้งใบ และราก บางที่ ก็ ใช้ต้นใหญ่ ที่กำลังมีเครือกล้วย คาด กระดาษแดง เหมือนอ้อย แต่บางที่ก็ไม่ใช้ ต้นกล้วย แต่ใช้ กล้วยดิบเป็นหวีๆ เท่านั้น
3.พานหมั้น ( บางที่ อยู่ในขันสินสอด)
4 ขันสินสอด
5.ขันหมากเอก คู่แรก
6.ขันหมากโท คู่ที่สอง
7. เหล้า สองขวด คนถือเป็น ฃาย 1 คนถือสองมือ
8.หมูดิบ 2 ถาด 1 คนถือ จึงนิยมเป็นผู้ชาย ถือ
9.วุ้นเส้น 2 ถาด ถาดละ 2 กำ ใช้ 1 คนถือ
10.กล้วย 2 ถาด จำนวน รวม 5-7-9 หวี
11.มะพร้าวอ่อน 2 ถาด จำนวนรวม 5-7-9 ผล
12 ผ้าไหว้ ผี 1 ชิ้น 1 ถาด คาดกระดาษ แดง 2 เส้น
13.ผ้าไหว้ผู้ใหญ่ 1 คู่ คาด กระดาษแดง 2 เส้น
14.ขนมปี๊ยะ กล่องใหญ่ ก้อนใหญ่ ก้อนใหญ่ ก้อนเล็ก จำนวน เป็นคู่ และ จำนวน ตามความตั้งใจ ที่บ่าวสาวจะนำขนมนี้ ไปไหว้ ญาติผู้ใหญ่ หลังเสร็จพิธี แต่งงาน
15. ขนมจันดับต่างๆ ข้าวพอง ถั่วตัด ถั่วเคลือบ งาตัด ขนมโก๋อ่อน ขนม กง เป็น อย่างละ 2 ถาด

ของในถาด ต้องรองด้วยกระดาษแดง และทุกอย่าง ต้อง ปักธงแดง

ขันในในขบวนขันหมาก ยกถือแล้ว เข้าขบวนแล้ว ห้ามวาง จนกว่าจะถึงบ้านเจ้าสาว
บางที่ จะเพิ่ม พานธูปเทียนแพ สำหรับ ใช้ ไหว้ญาติผู้ใหญ่ อยู่ในขบวนด้วย บางที่ เป็นพานที่ฝ่ายเจ้าสาว เตรียม เอง

มาดูรูปประกอบ

พาน แหวนหมั้น


ขันสินสอด


เมื่อถอดกรวย ใบตองออก ภายใน เป็นอย่างนี้


ขันหมากเอก และโท ทั้ง 4 ใบ


ขันหมากเอก

ขันหมากโท


พานธูปเทียนแพ ใช้ในการ ไหว้ญาติผู้ใหญ่

พานเชิญขันหมาก ของฝ่ายเจ้าสาว



พาน ทีนี้ฝ่ายเจ้าสาว ให้เด็กหญิง ถือมา เชิญขบวนขันหมาเข้าบ้าน ภายใน ที พลูจีบ 5 จีบ หมากเจียน 5 เจียน ยาเส้น บุหรี่

พานเชิญขันหมากนี้ ต้องมีผู้ใหญ่ ฝ่ายเจ้าสาว เดินกางร่มออกไปกับเด็กหญิง ที่ถือพานเชิญขันหมาก



เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว กล่าวเชิญ ขบวนขันหมาเข้าบ้าน เฒ่าแก่ รับหมากพลู คนที่ถืออ้อยและกล้วย ต้องนำต้นอ้อยต้นกล้วย ไปวาง หน้าประตูบ้าน เจ้าสาว

ฝ่ายเจ้าสาว ต้องเตรียม คู่สมรส ที่มีชีวิตสมรสที่ราบรื่น 1 คู่ มีผ้าคลุมไหล่ด้วยเดินมารับขันหมากเอก เข้าไปวาง ที่จะทำพิธี ต่อไป แล้วย้อนออกมารับ ขันหมากโท เข้าไปวาง หลังจากนั้น ฝ่ายเจ้าบ่าวที่ช่วยกันถือขบวนขันหมากโท อื่นๆ ค่อยๆนำของที่ตนเองถือมาเข้าไปวางต่อจากขันหมากเอกโท 4 ขัน จนหมด โดยแยกวาง เป็น 2 แถว

จากนี้เป็นหน้าที่นายขันหมาก เอาน้ำมนตร์ ประพรม ของในขบวนขันหมาก พร้อมกล่าวอวยพร

นายขันหมาก จะหยิบของจากทั้ง2 แถว เป็นถาดรวม เหมือนกัน 2 ถาด
เพื่อเตรียม สำหรับ ไหว้เทวดา 1 ชุด ไหว้ผี 1 ชุด
แล้วจึงเลื่อนถาดต่างๆ ออกจากบริเวณ ที่จะทำพิธีเซ่นไหว้ผี สำหรับหมูสด ตัดออกมาบางส่วน
แบ่งของในขบวนขันหมาก ให้ ฝ่ายเจ้าสาว 1 แถว เจ้าบ่าว 1 แถว ถาดที่ใส่ของขันหมาก ห้าม นำมาซ้อนกัน
ของเซ่นไหว้ เทวดา และผี คือ ขันหมากเอก -โท ถาดสำรับคาว เหล้า ขนมจันอับ มะพร้าวเปิดปาก ผ้าขาวไหว้ผี

แล้วแก้ขันหมากทุกขัน

นายขันหมาก ว่า ขันหมาก บอกเล่าที่มาของการยกขันหมากอันเป็นมูลคดีมาแต่โบราณ

ศรีศรี สิทธิเตโชชัย ข้าพเจ้าจะขออภัยแก่ท่านทั้งหลาย ทั้งหญิงทั้งชายทุกถ้วนหน้า ที่ได้ไหว้วานกันมาเป็นมิ่งมงคล อันความตอนต้นฤาเจ้าข้า........
.......ทุนสินสอดเสร็จพร้อมกันเป็นสำคัญมาในวันนี้ นางทั้งสี่นั้นชื่อ นางสุธรรมมา นางสุนันทา นางสุจิตรา นางสุชาดา ทั้งสี่นี้เป็นเอกอัครมเหสีของพระอินทรา ที่เป็นใหญ่ในขันหมากมานั้น......
.......มีในคัมภีร์ปฐมสมโพธิโปรดกล่าวในวิวาหมงคลปริวัติ จัดตามปริเฉทสัมปยุต ขอท่านสัปปุรุษพึงเข้าใจเถิด มีมาแต่กำเนิดตั้งแต่ครั้งพระเจ้ากรุงสิริสุทโธทนะ กับพระนางสิริมหามายา สองกษัตราภิเษกกันในครั้งนั้น พระพิษณุกรรมก็ชวนกันลงมา ทั้งเทพยบุตร เทพยดาก็ลงมาช่วยกันทำปราสาทหอ ทั้งร้อยเอ็ดเมืองก็มิได้ย่อท้อช่วยขันหมาก.........
เชิญ พ่อแม่ บ่าวสาว มาตรวจนับสินสอด วางสินสอด คลี่ใส่พาน บนใบเงินใบทองรัก และมีผ้ารองและโรยถั่วงา ข้าวเปลือกข้าวตอกดอกไม้ แล้วเชิญญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย มาโรยถั่วงา อวยพรคู่บ่าวสาว และเป็นสักขีพยาน ในสินสอดที่ฝ่ายเจ้าบ่าวนำมา




เชิญ เจ้าบ่าว มานั่งในบริเวณพิธี
เชิญเจ้าสาวออกมา จูงมานั่งข้างเจ้าบ่าว บ่าวสาว กราบ พ่อแม่ ทั้งสองฝ่าย เจ้าสาวกราบ เจ้าบ่าว

นายขันหมาก กล่าวชุมนุม อัญเชิญเทวดา

ทำพิธี หมั้น สามแหวนหมั้น เจ้าสาวกราบเจ้าบ่าวอีกครั้ง

คู่บ่าวสาว ทำพิธี เซ่นไหว้ ผี จุดธูปเทียน ดอกไม้
นายขันหมากจุดธูป ปัก ของเซ่นไหว้ และรับธูป จากคู่บ่าวสาว มาปัก

ทำพิธี เซ่นไหว้ผี
ตัวอย่าง คำเซ่นไหว้
ศรีศรี วันนี้ เป็นวันดี เป็นราศี ศุภมงคล สวัสดีมีชัย ขออำนวยพร ยอกรขึ้นไหว้ ท่านพ่อท่านแม่ ท่านเฒ่าแก่ผู้ใหญ่ ญาติกาฝูงผี มีอยู่หนไหน ผีเรือนผีพ่อ ผีหอปลูกใหม่ ขอเชิญมาให้พร้อมกันในวันนี้ วันนี้ เป็นวันดี ท่านเศรษฐีผู้ใหญ่
ท่านจะเอาเงินเข้ามากอง ท่านจะเอาทองเข้ามาเกย จะเอาเขยเข้ามาฝาก เอาขันหมากเข้ามาให้....
บทเซ่นผี ยาวมาก เชิญผีทั้งหลาย ผีภูตผีพราย แม่ซื้อรักษา ผีปู่ผีย่า ผียายผีตา..........สารพัดผีเลยนะคะ

ให้ศีลให้พร อีกยาว ตามมาด้วย คำสั่งสอน คู่สามีภรรยา การเป็นภรรยาที่ดี เป็นสามีที่ดี อีกยืดยาว ...ผัวพูดแต่หวาน เมียขานแต่เพราะ...

เตือนเรื่องแม่ผัว ลูกสะใภ้...

จบด้วย เตฃะพระพรขอให้ได้กับเจ้าทั้งสอง ให้ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรเอย...
ยกผ้าขาวไหว้ผี
คู่บ่าวสาว ส่ง สินสอดทั้งหมดให้กับ พ่อแม่เจ้าสาว

ต่อด้วยพิธี รับไหว้ และพิธี รดน้ำสังข์ แล้วแต่ จะทำอย่างไหนก่อน

โดยใช้น้ำมนตร์ในตอนเช้า เป็นน้ำสังข์โดยต้องมี ใบเงิน ใบทอง ใบรัก ใบมะตูม ดอกกุหลาบ ดอกมะลิ บานไม่รูโรยดอกบัวหลวง
หากในตอนเช้า ไม่ได้เจิมหน้าผากไว้ ต้องเชิญ ผู้ใหญ่ มา เจิมน้ำ มนตร์ คล้องพวงมาลัย สวมมงคลแฝด ท่านที่สวมมงคลแฝด เป็น ผู้ รดน้ำสังข์ คนแรก
ผู้ ที่จะรดน้ำสังข์ ต้องมีอาวุโส กว่า คู่บ่าวสาว

เมื่อหมดคนสุดท้าย ต้องเชิญ ผู้ใหญ่ มาถอดมงคลแฝด และพยุง คู่บ่าวสาว ลุกขึ้นยืน มอบมงคลแฝดที่ถอดออก ให้เจ้าสาวเก็บไว้ มงคลแฝดนี้ เจ้าสาว ที่จะได้เป็นคุณแม่ในวันข้างหน้า จะนำมงคลแฝดนี้ มาคอยเรียกขวัญ ลูก ที่ ร้องไห้ กวนโยเย งอแง ในวันข้างหน้า

จะมีเคล็ด เล็กน้อย ของ คู่บ่าวสาว ในการถือทัพพีตักบาตร และการลุกขึ้นจากตั่ง แต่โดยความเห็นส่วนตัว การแย่งชิง ความเป็นใหญ่ในครอบครัว ด้วยเคล็ด ที่บอกเล่ากันต่อๆมา มองดูไม่งาม เพราะ ที่จริง คู่บ่าวสาว ก็ มีหน้าที่ พึงต้องปฎิบัติต่อกัน ตามประเพณี ไทยเราอยู่แล้ว การครองคู่ ที่ต่างยกย่องให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน ความเข้าอกเข้าใจกัน และความรักต่อกันต่างหาก ที่เป็นหัวใจของการครองเรือน
ใน การเซ่นไหว้ผี ก็ มี สอนอยู่แล้ว
เจ้าอย่าทำขัดข้อง จงปรนนิบัติผัวตน เมื่อเจ้าจะเข้านอน ไหว้พระสวดมนตร์ ถือศีลห้าเป็นต้น สวัสดีมีชัย เมื่อค่ำราตรี จงกราบสามี เป็นการดีแก่ตัว ฝ่ายผัวก็อย่าช้า เร่งให้พรเมีย ทั้งทรัพย์สินก็จะได้ เพิ่มไหลพูนมา............
บุคคลที่ ถือศีล ย่อมตั้งมั่น อยู่ในคุณงามความดี บาปบุญ คุณโทษ อยู่แล้ว ใช่ไหมคะ
ขอขอบคุณ เจ้าของงาน ที่มาของภาพ ทั้งหมดมา ณ. นี้ค่ะ


Ploypayoom@Copyright

Saturday, July 25, 2009

WINTER SONATA -20: End of winter

WINTER SONATA

Episode -20: End of winter

แต่ปางบรรพ์

ท้ายที่สุด ลิขิตของความรัก ระหว่าง คัง จุนซาง และ จุง ยูจิน ที่โลดแล่นไปตามชะตากรรม
เมื่อมีการได้ เริ่มต้น มีการดำเนินความเป็นไป ก็ย่อมมาถึงซึ่งจุดจบ

เส้นทางรักที่พาดผ่าน ความสุข ความเศร้า
บางครั้งก็เหมือนเส้นทางรัก ดังจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ กำซาบซ่านใจ
แต่แล้ว หนามแห่งกุหลาบนั้นเอง ที่กลายเป็นอุปสรรค
ขีดข่วน ทิ่มแทง ให้หัวใจทั้งคู่แห่งรักนั้นเป็นริ้วรอย บาดแผล ยับเยิน
ทิ้งรอยแห่งความ อาดูร โศกรันทด ชอกช้ำระกำใจ

ไม่ว่าเส้นทางรักจะเป็นเส้นทางตรง หรือทางเบี่ยง ทางตัน หรือทางหลายแพร่ง
เส้นทางที่ดิ่งลงเหวลึก เส้นทางที่ผ่านอุโมงค์ที่มืดมิด หรือเส้นทางที่ผ่านสายรุ้งพรรณราย
ท้ายที่สุด จุดหมายปลายทางจะเป็นฉันใด

สรรพสิ่งในโลก ล้วน คู่กัน ไม่ว่า ทุกข์หรือสุข หญิงและชาย
หัวเราะและร้องไห้ เริ่มต้นและสิ้นสุด

เพลงรักในสายลมหนาว เริ่มต้น บทเพลงที่ 1
แล้วบทเพลงก็ได้บรรเลง เรื่องราว ของ คัง จุนซาง และ จุง ยูจิน มาแล้ว 19 บท
มาจนบทนี้ บทที่ 20 ก็เป็นบทสิ้นสุดของบทเพลงนี้แล้ว

อย่างไรก็แล้วแต่ คัง จุนซาง และ จุง ยูจิน ก็เป็นคู่บุญกันมาแต่ปางบรรพ์
หากเป็นประเพณีไทย นั่นเป็นเพราะว่า แต่ชาติปางก่อน จุนซาง และ ยูจิน นั้น
เคยตักบาตรร่วมขัน เคยเก็บบุษบันร่วมต้น เคยถวายดอกอุบล จงกลนี แต่พระหน่อชินสีห์ มาฉะนั้นแล

Episode -20: End of winter


ซังฮวก ถาม ยูจินว่า : เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้มั๊ย
ยูจิน : ซังฮวก
ซังฮวก : ฉันยังรักเธออยู่นะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ
จุนซาง ได้ยินแล้ว ปวดร้าวใจยิ่งนัก




ยูจิน และ ซังฮวก ขึ้น ไปนั่งคุยกัน บนรถยนต์ของ ซังฮวก
ซังฮวก : ฉันรู้ว่าเธอลำบากใจเพราะ จุนซาง ฉันรู้ว่าเธอคงไม่มีทางลืมเขาได้
แต่ถ้าเธอกับ จุนซาง น่ะ ไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันได้ ฉันก็อยากเป็นคนดูแลเธอ
ยูจิน : ซังฮวก
ซังฮวก : ฉันจะไม่ขอให้เธอลืมเขา
ยามใดที่เธอทุกข์ใจ อย่าเฝ้าทนอยู่ลำพังให้หันมาหาฉัน
นี่แหละที่ฉันอยากจะขอจากเธอ
ฉันไม่อยากให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เพียงลำพัง ฉันอยากอยู่ข้างๆ เธอ
ยูจิน : ขอบคุณนะ ที่เธอหวังดีต่อฉัน แต่ฉันคงทำไม่ได้
ซังฮวก : ฉันไม่ได้ขอให้เธอตัดสินใจตอนนี้

ซังฮวก และ ยูจิน มองกันนิ่งนาน
สายตา ซังฮวก วิงวอน อ้อนวอน ด้วยความหวัง
สายตาของ ยูจิน สงบนิ่ง

แล้ว ยูจิน ก็ บอกกับ ซังฮวก ว่า : ขอโทษนะซังฮวก
ตอนนี้แค่คิดถึง จุนซาง มันก็หนักเกินพอแล้ว หัวใจฉันแทบจะระเบิด

ซังฮวก : ฉันคงจะเร่งรัดเธอเกินไป แต่ที่ฉันพูดไปนี่ ฉันพูดจริงๆ นะ
ลองคิดดูนะ แล้วฉันจะรอฟังคำตอบ
ฉันยังรอเธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม





จุนซาง ยืนมอง ซังฮวก และ ยูจิน
หลังจากที่ตกใจกับการขอเริ่มต้นใหม่ของ ซังฮวก ได้ไตร่ตรองแล้วว่า
จุนซางไม่อยากให้ ยูจิน ต้องลำบากและทุกข์ใจในภายหลังอีก
ในเมื่อ หมอไม่รับประกันผลการผ่าตัด ว่า จะหายหรือไม่ เพียงแต่พูดว่า จะทำให้ดีที่สุด
คำพูดของหมอสะท้อนไปมาในสมองและกลายเป็นสำนึกของ จุนซาง

จุนซางไม่อยากให้ ยูจิน ต้องเสียใจอีกต่อไปแล้ว
คำพูดของ ซังฮวก ทำให้ จุนซาง คิดขึ้นมาได้ว่า
ในโลกนี้มักมีสิ่งที่เกินกว่ากำลังของคนจะต้านทานไหว
จุนซาง และ ยูจิน เป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว
จุนซาง จึงตัดใจ เดินออกจากที่นั่นไป



ซังฮวก ขับรถกลับบ้าน
และคงยังนั่งอยู่ในรถอย่างอึดอัดใจ กับท่าทางของ ยูจิน ที่ไม่ตอบรับ คำร้องขอ
แล้ว ซังฮวก ก็คิดอะไรบางอย่างได้ ลงจากรถ แล้ว ขึ้นไปเคาะห้องหนังสือ ของพ่อ

อาจารย์คิม นั่งมองผลการตรวจจากโรงพยาบาลอยู่
พอได้ยินเสียงเคาะประตู ก็ เอาแผ่นกระดาษผลตรวจนั้นวางแอบไว้ ด้านข้างบนโต๊ะ

ซังฮวก บอกกับพ่อว่า : พ่อครับ ผมมีอะไรจะบอก
คือผมอยากจะกลับไปคบกับ ยูจิน อีกครั้ง
ผมรู้ว่า แม่ต้องไม่ยอมแน่ แต่ผมไม่อยากทิ้ง ยูจินให้เป็นแบบนี้
พ่อครับ พ่อต้องช่วยผมนะครับ

อาจารย์ คิม หันมา อย่างคาดไม่ถึง และถาม ซังฮวก ว่า : ยูจิน อยากกลับมาคืนดีกับลูกอีกครั้งเหรอ
ซังฮวก : เปล่าครับ ยูจิน ยังคงเสียใจเรื่อง จุนซาง อยู่
คงต้องใช้เวลาซักพัก แต่ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันไม่ได้ ผมก็อยากอยู่ข้างๆ ยูจิน

อาจารย์คิม : แล้ว ยูจิน ล่ะ เขายังรัก จุนซาง อยู่อีกรึเปล่าล่ะ
ซังฮวก : ครับ
อาจารย์คิม : แล้ว....จุนซาง ล่ะ... พ่อเสียงสั่น
ซังฮวก : ก็อาจจะยังรัก
อาจารย์ คิม : ถ้าอย่างนั้น...ลูก ก็...คบกับ ยูจิน ไม่ได้
ซังฮวก : พ่อครับ
อาจารย์คิม : พูดช้าๆ ค่อยๆ คิด ที่จะหาทางที่จะพูดให้ ซังฮวก ยอมรับ : ให้... ยูจิน ...ไปอยู่กับ จุนซาง เถอะ

ซังฮวก เสียงหลง ไม่เข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้น ที่พ่อ บอกแบบนี้
มีอะไร ที่ ซังฮวก ยังไม่รู้อีกหรือเปล่านี่ : พ่อ...พ่อ...พ่อพูดเรื่องอะไรนะครับนี่...
จุนซาง กับ ยูจิน อยู่ด้วยกันไม่ได้นี่

อาจารย์ คิม เสียงสั่นด้วยความทุกข์ และรู้สึกผิด กับ เรื่องราวทั้งหลาย ของ จุนซาง
รวมทั้ง การที่ตนเอง เข้า ไปสร้างความสับสน ให้ ความรัก ของ จุนซาง และ ยูจิน ต้อง เลิกรากัน
พ่อต้องหลับตา กว่าจะตัดสินใจว่าต้องบอกให้ ซังฮวก รับรู้เรื่องนี้ : มันผิดพลาด
ซังฮวก : เอ๊ะ
แล้ว ซังฮวก ก็จ้องหน้าพ่ออย่างสงสัย และรอคำอธิบาย
อาจารย์ คิม ต้องหันหน้า หนีสายตา ของ ซังฮวก ไปอีกด้าน บอกเสียงเครือ ย้ำว่า : มันผิดพลาด
ซังฮวก : พ่อครับ
อาจารย์คิม ตัดสินใจ : จุนซาง น่ะเป็นลูกชายพ่อ

ซังฮวก ทั้งตกตะลึง ทั้งตระหนก ตกใจ แล้วลุกขึ้น วิ่งออกจากห้องหนังสือของพ่อไป

แม่ ของ ซังฮวก ออกมาจากอีกห้อง เห็นอาการของ ซังฮวก ก็ ร้องเรียก : นี่ซังฮวก ซังฮวก
ซังฮวก ไม่สนใจ วิ่งออกนอกบ้าน
แม่ของ ซังฮวก เข้าไปถาม อาจารย์ คิม ว่า : ซังฮวกเป็นอะไรไปน่ะ

อาจารย์คิม นั่งก้มหน้าอยู่กับสองมือ ที่กำตั้งไว้ที่หน้าผากอย่างทุกข์ใจ
พอได้เสียงภรรยา ก็ขยับตัวลุกขึ้น ผลุนผลันออกจากห้องหนังสือไปอีกคน

แม่ของ ซังฮวก ยิ่งสงสัย หนักขึ้น : เอ้อ .. คุณคะ

ซังฮวก : ขับรถออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
อาจารย์ คิม วิ่งตามออกมา ร้องเรียก : ซังฮวก ซังฮวก

แล้วอาจารย์คิม ก็ได้แต่ยืนมองท้ายรถของ ซังฮวก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เมื่อเปิดประตู กลับเข้ามาในบ้าน ก็พบปัญหาใหญ่อีกเรื่อง
คือ .. แม่ของซังฮวก ยืนตัวสั่น ถือแผ่นกระดาษ ผลตรวจจากโรงพยาบาล ยืน คอยอยู่
อาจารย์ คิม : คุณ
แม่ ของซังฮวก ร้องไห้ : คุณ.. นี่คุณกล้า...คุณกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง
ร้องไห้ไปสะอื้นไป แล้ว ก็กรากเข้ามา ทุบตี อาจารย์ คิม ด้วยความรู้สึกว่า ถูกสามี หักหลัง เสียแล้ว

ซังฮวก ขับรถไปตามถนน แล้วไปจอดรถที่สวนสาธารณะ
นั่งน้ำตาคลอ อยู่หลังพวงมาลัยรถ ด้วยความรู้สึกโกรธและเสียใจ
ไม่เข้าใจ ว่า เรื่องราวแบบนี้ เกิดในครอบครัว ของตัวเองได้อย่างไร
ถ้าพยายามทำความเข้าใจ ก็คงจะยิ่งทำให้ ซังฮวก รู้สึกโกรธ และเสียใจมากขึ้นไปอีก
ในสมองของ ซังฮวก สับสนวนเวียนด้วยความคิดต่างๆนาๆ

ฟ้าเริ่มสางแล้ว



ซังฮวก ขับรถ ไปที่แห่งหนึ่ง..
จุนซาง เดินออกมาส่ง คัง มุยฮี ขึ้นรถ
จุนซาง บอกกับแม่ว่า : รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่องนะครับ
คัง มุยฮี : แล้วลูกจะกลับไปอยู่อเมริกาใช่มั๊ย
จุนซาง : ครับ แล้วผมจะตามไป
คัง มุยฮี : จ้ะ แต่ว่า..แม่กังวลใจยังไงไม่รู้ ลูกสัญญาว่าจะตามไปนะ
จุนซาง : ครับแม่
คัง มุยฮี : แม่น่ะทำผิดต่อลูกตั้งหลายเรื่องแน่ะ
จุนซาง มองแม่ แล้ว ก็เดินเข้าไปกอดแม่
สองแม่ลูกกอดกัน ใช้สัมผัสมือ สื่อการปลอบใจซึ่งกันและกัน
จุนซาง ผละ ออกจากแม่ เปิดประตูรถ ส่งแม่ขึ้นรถ และบอกกับแม่ว่า : เจอกันที่อเมริกาครับ

ซังฮวก นั่งมอง จุนซาง และ คัง มุยฮี อยู่ในรถ



แล้ว ซังฮวก ก็ไปหา ยูจิน ที่อพาร์ทเมนต์
ยูจิน : เข้ามาสิ
ซังฮวก : ไม่ละ ฉันแค่จะมาบอกเธอ ฉันกลับไปคิดดูแล้ว
ฉันไม่อยากให้เธอไปคนเดียว ฉันจะไปกับเธอด้วย
ฉันจะลาออกจากงานซะ ฉันคิดทบทวนดีแล้ว ฉันปล่อยเธอไปแบบนี้ไม่ได้
ยูจิน : ฉันไม่อยากให้เธอทำแบบนี้ อย่าทำแบบนี้เลยนะ
ซังฮวก : ไม่ได้ ไม่ว่าเธอจะว่าอย่างไร ฉันก็จะไม่จากเธอไปไหน
เธอรู้เอาไว้แค่นี้ก็พอ แล้ว ค่อยคุยกันทีหลัง
ยูจิน : เอ้อ..
ยูจิน ยังไม่ทันได้เรียกชื่อของ ซังฮวก ซังฮวก ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว



จากนั้น ซังฮวก ก็ไปหา จุนซาง ที่บริษัท
จุนซาง ทัก ซังฮวก ว่า สบายดีเหรอ
ซังฮวก พูดด้วยเสียงเย็นชา : สบายดี
จุนซาง : แล้ว คุณพ่อนายสบายดีเหรอ
ซังฮวก ทำเสียงเย็นชา ยิ่งขึ้น อีก : สบายดี
จุนซาง : งั้นเหรอ แล้วนายมีเรื่องอะไรกับฉันเหรอ
ซังฮวก : ฉันอยากให้นายช่วยฉันเรื่องหนึ่ง
จุนซาง : อะไรเหรอ
ซังฮวก : ฉันอยากกลับไปเริ่มต้นกับ ยูจิน นายก็รู้ว่านายกับ ยูจิน ไปกันไม่ได้ ใช่มั๊ยล่ะ
จุนซาง เงยหน้ามอง ซังฮวก



ซังฮวก : นายช่วยฉันทีเถอะ ยูจิน เขาเชื่อฟังนาย ช่วยบอกเขาให้ไปเรียนต่อกับฉัน
จุนซาง : ยูจิน จะไปเรียนต่อเหรอ
ซังฮวก : ใช่ เขาจะไปฝรั่งเศส นายช่วยบอก ยูจิน ได้มั๊ย ให้ไปเรียนต่อพร้อมกับฉันน่ะ
จุนซาง : ซังฮวก ฉันจะบอกให้ ยูจิน ทำยังงั้นได้ยังไง
ซังฮวก : ทำไมจะไม่ได้
ซังฮวก สวนคำ
ซังฮวก : นายไม่คิด จะกลับไปหา ยูจิน อีกไม่ใช่เหรอ
จุนซาง มอง ซังฮวก : ขอโทษนะ ฉันบอก ยูจิน ให้ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ

ซังฮวก : นายสร้างความทุกข์ให้คนอื่นตั้งมากมาย นายทำให้คนมากมายต้องเจ็บปวด
นาย กับ ยูจิน ไม่มีทางไปกันได้ ถึงจะไม่ใช่พี่น้อง เรื่องมันจบไปแล้ว

จุนซาง เงยหน้ามอง ซังฮวก
ซังฮวก : นายรู้ใช่มั๊ย ฉันต้องเจ็บปวดแค่ไหน นายทำให้ครอบครัวฉันเจ็บปวดรู้มั๊ย
ซังฮวก พูดด้วยเสียงดังด้วยความเจ็บแค้นใจ
จุนซาง ตกใจ : นายรู้เรื่องแล้ว ซีนะ
ซังฮวก เจ็บแค้น ใจ จนพูดอะไรไม่ออก
จุนซาง : มิน่าล่ะ นายถึงได้ทำแบบนี้





ซังฮวก มอง จุนซาง เขม็ง
ลำพังเรื่องที่แย่ง ยูจิน ไป ก็ทำร้าย ซังฮวก มากพอแล้ว ตอนนี้ยังเป็น พี่น้อง คนละแม่กัน อีก

เมื่อ จุนซาง เห็นซังฮวก มีท่าทางเจ็บปวด แบบนี้ จุนซาง ก็เข้าใจ ความรู้สึกของ ซังฮวก
ซังฮวก คงจะทนแทบไม่ไหว ที่ พ่อซึ่ง ซังฮวก รัก เคารพมากที่สุดในชีวิต
กลับกลายมาเป็น พ่อ ของ จุนซาง ที่เป็น คู่แข่ง ของความรักมาตลอด
นี่เป็นเรื่องที่ ซังฮวก คาดไม่ถึง จริงๆ

จุนซาง : ฉันขอโทษนะ ซังฮวก นายอยากจะให้ฉันทำอะไรให้
ฉันจะช่วยอะไรนายได้บ้าง ฉัน จะยอมทำทุกอย่างที่นายต้องการ
น้ำเสียงของ จุนซาง ปวดร้าว จนน้ำตาคลอ
ดวงตาของ ซังฮวก ก็ มีน้ำตาคลออยู่ เช่นกัน ซังฮวก พูด อย่างขุ่นเคืองใจ
เพราะรู้สึก ว่า จุนซาง เกิดมาเพื่อแย่ง ทุกสิ่งที่ ซังฮวก มีไปหมดสิ้น
ซังฮวก : ทุกอย่างมันยุ่งเหยิงไปหมด ตั้งแต่นายโผล่มา นายทำลายทุกอย่างที่ฉันมี
จุนซาง มอง ซังฮวกอย่างเสียใจ
ซังฮวก : นายทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นอย่างเดิมสิ
ซังฮวก พูดเสียง ตวาด กับ จุนซาง แล้ว ก็ผลุนผลันออกจากห้อง ไป
ปิดประตูเสียงโครมครามตามหลัง
วิ่งออกจาก บริษัท แล้วขับรถออกไป



อาจารย์คิม ปรนนิบัติ ดูแล แม่ของซังฮวก ที่นอนบนเตียง ราวคนเจ็บหนัก
อาจารย์คิม นั่ง ลงข้างๆ : ฉัน ขอโทษ
แม่ของ ซังฮวก : ฉันอยากอยู่คนเดียว ไปซะ

แม่ของ ซังฮวก ร้องไห้ ไม่อาจยกโทษให้สามี และไม่อยากเชื่อเลยว่า สามีจะทำเรื่อง เช่นนี้ได้
เวลา เนิ่นนานที่ผ่านมา นางอยู่กับสามีโดยไม่รู้เรื่องราว ช่างเป็น วันคืนที่น่ารังเกียจ
แม่ของซังฮวก โมโห และรู้สึกเหมือนกับฟ้าถล่มโลกทลายลงมา
อาจารย์ คิม เป็นคนใจดี มีเมตตา อ่อนโยน ไม่เคยทำอะไรเสียหายมาก่อน
ด้วยเหตุนี้ แม่ ของซังฮวก จึงรู้สึกผิดหวังมาก
สิ่งที่แม่ของซังฮวก เจ็บปวดมากขึ้น ก็คือ เธอไม่อาจเชื่อว่า นี่เป็นเรื่องจริง

อาจารย์คิม ลุกขึ้น หยิบผ้าชุบน้ำ ที่วางบนหน้าผาก ให้ แม่ของ ซังฮวก ออก แล้วก็เดินออกมาจากห้อง




ซังฮวก กลับเข้ามาพอดี
อาจารย์ คิม : อ้อ ซังฮวก ขอคุยด้วยหน่อยสิ
พ่อ นั่งที่เก้าอี้ ตัวหนึ่ง ในห้องโถงชั้นล่าง ซังฮวก นั่งบนโซฟา
อาจารย์คิม : พ่อจะไม่ขอให้ลูกยกโทษ ให้พ่อหรอก
ไม่ว่า พ่อจะพูดอะไรออกไป สิ่งที่พ่อทำลงไปก็เปลี่ยนไปไม่ได้
แต่ว่า รู้มั๊ย ว่าทำไม พ่อถึงพูด เรื่อง จุนซาง
ลูกเข้าใจความรู้สึก ของพ่อ รึยัง

ซังฮวก หันมาทางพ่อ หน้าขมึงตึง : ผมไม่เข้าใจ พ่อ รู้สึก ยังไง
แล้ว ซังฮวก ก็ทำเสียงเหมือนเยาะเย้ย อาจารย์คิม : รู้สึกยังไงครับ
อาจารย์คิม มองหน้าซังฮวก
ซังฮวก : บอกผมมาสิ บอกมาสิ พ่อรู้สึกอย่างไร



เรื่องราว ช่างน่าสลดใจ จนไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร
คิม จินวู คิดว่า การบอกความจริง จะทำให้ตัวเองสบายใจขึ้น แต่กลับทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไป
คิม จินวูไม่ได้มีจุดมุ่งหมายอื่น เพียงแต่ต้องการจะชดเชยความผิดของตัวเองเท่านั้น
ที่ผ่านมา จุนซาง ต้องทนทุกข์ทรมานที่ไม่มีพ่อ อาจช้าไปบ้าง และสิ่งที่ผ่านไปแล้วไม่อาจหวนกลับคืนมาได้
ทว่า นับแต่นี้ไป คิม จินวู คิดว่า จะพยายามช่วยเหลือ จุนซาง อย่างเต็มที่


สมัย ที่ จุนซางเรียนชั้นมัธยม จุนซาง มักวนเวียน ไปหา อาจารย์คิมอย่างใกล้ชิด
ตอนนั้น จุนซาง คงปรารถนาความรักของพ่อ
เมื่อนึกถึง จุนซางที่มักจะมีสีหน้ากังวลและดื้อรั้น อาจารย์คิม ก็ รู้สึกละอายใจจนทำอะไรไม่ถูก
พอ จุนซาง โต ขึ้นมาแล้ว ก็ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่
อาจารย์ คิมเห็นว่า จุนซางผ่านประสบการณ์ ที่ทนทุกข์ทรมานมามากแล้ว
ในตอนนั้น อาจารย์คิม คิดว่า จุนซางเป็น ลูกชายของเพื่อน จึงไม่ได้รู้สึกเสียใจมากมาย
ไม่เหมือนตอนนี้ อาจารย์ คิม รู้แล้วว่า จุนซาง เป็นลูกของตัวเอง
อาจารย์ คิม ก็รู้สึกเจ็บปวด ราวกับหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

แม้ จุนซาง จะไร้ที่พึ่งพาเมื่อต้องเผชิญมรสุมชีวิต
แต่ จุนซาง ก็สามารถฟันฝ่า อุปสรรคมากมายนั้นมาจนถึงทุกวันนี้
อาจารย์คิม คิดไม่ออกจริงๆว่า เขาจะปล่อยให้ จุนซางทอดทิ้งหญิงคนรัก โดยไม่คิดปกป้องได้อย่างไร
เขาทอดทิ้ง จุนซางไม่ได้ จึงตัดสินใจบอกความจริงกับซังฮวก
เขาบอก ซังฮวก ด้วยความรู้สึกว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เขาก็จะยอมรับอย่างน่าชื่นตาบาน
ด้วยความรู้สึกว่า เขา ได้ช่วยเหลือวิญญาณที่น่าสงสารดวงนั้นของ จุนซาง

ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไร ก็ต้องถูกว่า เป็นการแก้ตัว
แต่กระนั้น อาจารย์คิม ก็อยากจะพูดกับ ซังฮวก อยู่ดี
เมื่อมาคิดให้ดี เรื่องนี้ไม่มีใครที่ไม่ถูกทำร้าย
หลังจากเวลาผ่านพ้นไปหลายสิบปี จู่ ๆ ก็เกิดปัญหาขึ้น
ทำให้ทุกคนถูกทำร้าย และล้วนแต่ เป็น บุคคลที่ใกล้ชิด อาจารย์คิม ที่สุดอีกด้วย

แน่นอน ซังฮวก ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ซังฮวก น่าจะเข้าใจจิตใจของ อาจารยคิม ดีกว่าใคร
ผู้หญิงที่ตัวเองรักมากที่สุดกลับไปรัก ผู้ชายอีกคนหนึ่งอย่างไม่ผันแปร
ทั้ง อาจารย์คิม และ ซังฮวก คงต้องยอมแพ้แก่โชคชะตา ..




อาจารย์คิม พูด กับซังฮวก ว่า : จุนซาง น่ะ พ่อได้แต่ทำให้เขาต้องเจ็บปวดตลอดเวลา
พ่อรู้ว่าลูกรัก ยูจินมาก แต่ ว่า ยูจิน เขารัก จุนซางนะลูก เราไม่ควรไปแยกพวกเขาเลย
ซังฮวกยังดื้อดึง : ถ้างั้น แล้วผมล่ะครับ แล้วผมไม่ใช่ลูกของพ่อเหรอ
อาจารย์คิม เจ็บปวด ได้แต่ถอนใจ : ไม่ว่าพ่อจะเลี้ยงลูกมาดีหรือไม่ แต่พ่อก็เลี้ยงลูกมา
แต่พ่อไม่ได้เลี้ยงจุนซาง เลย
ซังฮวก ยืนกรานกับพ่อว่า : ผมจะไปเรียนต่อเมืองนอก กับ ยูจิน
อาจารย์คิม ตกใจ : หืม..
ซังฮวก พูดเสียงดัง : ผมจะไปเรียนต่อเมืองนอกกับ ยูจิน และผม ก็จะแต่งงานกับ ยูจินด้วย
ผมไปเจอ จุนซาง มาแล้ว เขายินดีจะช่วยเรา
อาจารย์คิม : ทำไม ทำไมลูก นี่ลูกกล้าทำยังงี้ได้ยังไง
ซังฮวกย้อนถามพ่อ : ทำไมล่ะครับ ผมก็รัก ยูจิน ไม่น้อยไปกว่า จุนซาง นี่ ทำไมผมจะทำไม่ได้ล่ะพ่อ
อาจารย์ คิม ส่ายหน้า : อย่าไปโกรธ จุนซาง เลยนะลูก เขานะเป็น ผู้ที่เสียหายที่สุดในเรื่องนี้

ซังฮวก : ถ้าจุนซาง เป็นผู้ที่เสียหาย งั้นผมกับแม่ละครับ งั้นผมกับแม่เป็นอะไรไปล่ะครับเนี่ยะ
อาจารย์คิม : ซังฮวก พ่อขอโทษ
ซังฮวก : มันช่วยให้พ่อได้พ้นผิด ที่ได้พูด ขอโทษ ใช่มั๊ยครับ
ซังฮวก ร้องไห้ : พ่อพูดขอโทษ เพียงเพื่อให้พ่อสบายใจขึ้นน่ะ พ่อเห็นแก่ตัวที่สุด
แล้ว ซังฮวก ก็ ผลุนผลัน ลุกขึ้นออกจากบ้านไปอีกครั้ง
อาจารย์คิม มอง ซังฮวก แล้วได้แต่นั่งก้มหน้าอย่างเสียใจ ไม่รู้จะแก้ปัญหาได้อย่างไร



ที่โรงพยาบาล
คุณหมอ บอกกับ จุนซาง ว่า : คุณ ตัดสินใจถูกต้องแล้วละครับ ไปผ่าตัดที่อเมริกา เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง

แล้ว คุณหมอ ก็ ยื่น แฟ้มประวัติคนไข้ให้ จุนซาง : อ้อ และคุณต้องไปตรวจที่โน่นอีกรอบหนึ่ง
นี่คือผลการตรวจครั้งก่อนมันจะใช้อ้างอิงได้ ถ้าหากว่าคุณต้องการอะไรอีก ก็ โทร หาผมได้นะครับ
จุนซาง : ขอบคุณครับ แต่ว่า ..มีโอกาสแค่ไหนที่ผมจะหายดีครับ
คุณหมอ : ผมก็บอกไม่ได้
จุฯซาง : บอกผมมาตามตรงเถอะครับ ผมทีโอกาสมากแค่ไหน



คุณหมอ : อืม.. เสียใจด้วยครับ คงยากที่จะหายสนิท ถึงแม้การผ่าตัดจะสำเร็จลุล่วง แต่ ไซด์เอฟเฟค ก็ร้ายแรง
นี่เป็นคำตอบที่ จุนซาง คาดไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินจริงๆก็อดกลัวไม่ได้
จุนซาง : บางทีผมก็เบลอเหมือนกันครับหมอ แล้ว มัน ก็...
คุณหมอ : นั่นเพราะก้อนเลือดที่คั่งไปกดทับเส้นประสาทตาของคุณ น่ะสิครับ
คุณต้องรีบเข้าผ่าตัดโดยด่วน หากปล่อยไว้นานกว่านี้ คุณอาจจะตาบอดได้ง่าย
อ้อ...เค้าว่าใจ ช่วยรักษากายได้ หมอขอแนะนำให้คุณรักษาสภาพจิตใจด้วย



จุนซาง เดินออกจากโรงพยาบาล
ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยนะ
จุนซาง รู้สึกเหมือนตัวเอง ถูกพิพากษาให้ ประหารชีวิต ก็ไม่ปานกัน



จุนซาง กลับมาที่บริษัท
ใช้มือ ลูบคลำ และจ้องมองแบบบ้าน ที่ ยูจิน ให้มา
แล้วรู้สึกว่าภาพที่เห็นเลือนราง
จุนซางหลับตา แล้ว ลืมขึ้นใหม่ก็ยังเหมือนเดิม




แว่วเสียงคุณหมอขึ้นว่า : คุณต้องรีบเข้าผ่าตัดโดยด่วน ก้อนเลือดอยู่ในตำแหน่งที่เป็นอันตราย
ถ้าไม่ผ่าออกซะ มันจะกดทับประสาทตา มีสิทธิ์ทำให้ตาบอดได้



จุนซาง ลุกจากเก้าอี้ไปเอากระดาษดินสอ มาเขียนแปลนร่างแบบก่อสร้าง
บ้าน ตามแบบของ ยูจิน หลังนั้นทันที
เพราะคิดว่า ถ้าไม่เขียนไว้ตอนนี้ ก็จะไม่มีวันสำเร็จ
ยูจิน เคยบอกว่าทำไม่ได้ ยูจิน จึงไม่ทำต่อ




จุนซาง ก้มหน้าก้มตาเขียน
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว



จุนซาง สั่นหัว เอนหลังพิงพนักเก้าอี้
ความมืดยามค่ำคืนข้างนอกเริ่มหายไป รุ่งอรุณกำลังเข้ามาแทนที่
จุนซาง กำลังพยายาม ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริง
กัดฟัน ต่อสู้กับความเมื่อยล้า
ขณะที่ตากำลังจะปิด อยู่นั้น




มีเสียงเคาะประตู แล้ว คุณคิม ก็เข้ามา และร้องทัก : อ้าว มาแต่เช้าเลยนะ
จุนซาง : ครับ
แล้วคุณ คิม ก็รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไป
คุณ คิม : แต่ เอ๊ะ ...ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอนี่




จุนซาง : มีเรื่องต้องทำ
คุณคิม เดินมาที่โต๊ะ : มีเรื่องอะไรมันจะด่วนขนาดนั้น นี่
คุณ คิม เอียงคอมองแผ่นกระดาษ บนโต๊ะมอง จุนซางด้วยความเป็นห่วง : นี่อะไร คุณนั่งทำนี่นะเรอะ
จุนซาง : ครับ ใช่
คุณ คิม : ก็ดูสวยดีนี่นะ โอ๊ะ ...ไม่เลวเลย ฝีมือคุณ ยังไม่ตกเลยนี่ แล้วทำไมต้องนั่งทำทั้งคืนด้วยล่ะ



จุนซาง : ไม่แน่ ต่อไปผมอาจจะวาดไม่ได้ ก็ได้
คุณ คิม : พูดเรื่องอะไรของคุณนี่ ทำไมจะวาดไม่ได้ล่ะ โธ่ ...



จุนซาง โทรศัพท์ไปหา ยูจิน ในขณะขับรถ : ยูจิน เหรอ ผมเองนะ จุนซาง
ที่จริงผมไม่น่าโทรมา
แต่ ผม มีอะไรจะคุยด้วย
ออกมาหาผมหน่อยได้ไหม



ยูจิน ตื่นเต้นจนเกือบพูดไม่ออก
จุนซางที่ ยูจิน ผูกพันฝันใฝ่ จน วันนี้
พอวางโทรศัพท์ ยูจิน ก็รู้สึกเป็นสุขใจ และกังวลในขณะเดียวกัน
ยูจิน แต่งตัวใหม่ด้วยเสื้อผ้าที่สวยที่สุด
ยูจิน อยากประทับความงดงามที่สุดของ ยูจิน ไว้ในหัวใจ ของ จุนซาง




ยูจิน ยืนหน้ากระจกเงา จัดโบว์ที่เสื้อ แล้วถาม จินซุก ว่า : เธอว่าไงสวยมั๊ย
จินซุก : จะสวยหรือไม่สวย ไม่เห็นจะเกี่ยวกันซักหน่อย
ยูจิน : งั้นเหรอ ฉันอยากให้ เขาจำภาพสวยของฉันไว้
จินซุก : แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ
ยูจิน ยืนมองตัวเองที่กระจก : ฉันจะรีบไปรีบกลับ
จินซุก ได้แต่นั่งถอนใจ



แต่พอ ยูจิน ไปพบ จุนซาง ที่ คอฟฟี่ช็อป
ยูจิน ก็รู้สึกปวดร้าวใจ หัวใจถูกกรีดย่อยยับ
เพราะใบหน้าของ จุนซาง ซูบซีดเหมือนคนป่วย : หน้าตาคุณดูโทรม จังเลย คุณไม่สบายหรือแปล่าคะ
จุนซาง ก้มหน้าลง : คงเพราะหมู่นี้งานยุ่ง ผมเลยไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง



ยูจิน ฟังแล้ว ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี
ยิ่งเมื่อนึกถึงว่า พรุ่งนี้จะไม่ได้พบกันอีก
ยูจิน ก็ยิ่งเศร้าใจ น้ำตาคลอ
แม้จะรู้ความจริงนี้อยู่แล้ว ยูจิน ก็อดเศร้า ไม่ได้ : คุณจะไปอเมริกา พรุ่งนี้เหรอ
จุนซาง มองหน้า ยูจิน : ซังฮวก บอกผมว่า คุณจะไปเรียนต่อ
ยูจิน ไม่ตอบอะไร ได้แต่ นั่งมองหน้า จุนซาง



จุนซาง : ยูจิน
แล้ว จุนซาง ก็ได้แต่นั่งมองหน้า ยูจิน
ยูจิน : คะ



จุนซาง พยายามที่จะยิ้มอย่างรื่นเริงให้ ยูจิน
แต่พอเผลอก็จะมอง ยูจิน อย่างเงียบขรึม
จุนซาง อยากจะจำภาพของ ยูจิน ไว้ในส่วนลึกของหัวใจ เพราะอาจจะไม่ได้พบกันอีก
จุนซาง : ผมอยากแค่มองหน้าคุณ ผมอาจจะไม่ได้เห็นคุณอีก
ยูจิน หน้าเศร้า



จุนซาง : ครั้งแรกที่ผมพบคุณ คุณน่ารักมากเลย
ผมแปลกใจที่ได้เจอคนน่ารักอย่างคุณ
และก็ ตอนผมเจอคุณอีกครั้งที่บริษัท ตอนนั้นคุณทำงานหนักมาก
เป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมาก คุณทั้งสวยและดูสดใส
แต่ ผมทำให้คุณ เก็บมันไว้ไม่ได้
ผมทำให้คุณเศร้าตลอด

ยูจิน ส่ายหน้าน้ำตาคลอ : ไม่หรอก ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ
คุณไม่รู้หรอกว่า ฉันมีความสุขขนาดไหน ที่ฉันได้รู้จักกับคุณน่ะ

จุนซาง ซาบซึ้ง และเจ็บปวดใจกับคำตอบของ ยูจิน : ขอบคุณ นะ ยูจิน




ยูจิน : นั่งก้มหน้ากล้ำกลืนน้ำตา
จุนซาง : ผมอยากจะขออะไรคุณสักอย่างหนึ่ง จะทำให้ผมได้มั๊ย คุณจะทำให้ผมใช่มั๊ย
ยูจิน พยักหน้าน้ำตาใกล้จะร่วงริน แล้ว : ค่ะ ไม่ว่าอะไร ฉันก็จะทำให้
จุนซาง : ผมอยากให้คุณไปเรียนกับ ซังฮวก
ยูจิน คาดไม่ถึงกับคำขอของ จุนซาง ยูจิน เจ็บปวดที่หัวใจ : จุนซาง




จุนซาง ก็น้ำตาเริ่มปริ่มในดวงตาเช่นกัน
รู้ว่า คำขอร้องนี้ ทำร้ายจิตใจของ ยูจิน : ถ้า ซังฮวก ไปด้ วยผมจะได้สบายใจ
ผมรู้ว่าเขารักคุณมากแค่ไหน ผมถึงไม่ห่วง เขาจะดูแลคุณ ได้ดียิ่งกว่าใคร ๆ ทั้งหมด



ยูจิน : ไม่ค่ะ
จุนซาง : ยูจิน
ยูจิน : ฉันทำไม่ได้
แล้ว ยูจิน ก็น้ำตาไหล ปฏิเสธ ซ้ำ : ไม่ค่ะ
จุนซาง อ้อนวอน : ทำเพื่อผมเถอะนะ ยูจิน ซังฮวก เป็นคนเดียว ที่จะให้ความสุข กับคุณได้
ทำเพื่อผมนะ ทำเพื่อผมสักครั้งเถอะ พยายามมีความสุข ถือว่าทำเพื่อผมเถอะนะ ผมขอร้อง

จุนซาง ขับรถมาส่ง ยูจิน
ระหว่างทาง จุนซาง และ ยูจิน ไม่ได้ พูดอะไรกันเลย
จุนซาง และ ยูจิน ราวกับถูกกักขังอยู่ในโลกแห่งความเงียบงัน
รอบข้างเงียบสงัดโดยไม่รู้ตัว
ข้างนอกมืดสนิท ทั้งสอง ยังคงนั่งนิ่งไม่พูดจา




จุนซาง ลงจากรถ อ้อมมาเปิดประตูรถให้ ยูจิน
ราวกับว่า จุนซาง มีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งนี้ให้ ยูจิน เป็นครั้งสุดท้าย
ยูจิน ถึงเริ่มขยับตัว ปลด สายเข็มขัดนิรภัย และลงจากรถ

จุนซาง : พรุ่งนี้ไม่ต้องไปส่งผมที่สนามบิน ผมจะยิ่งทำใจลำบาก ที่ต้องทิ้งคุณไว้ที่นี่
จุนซางมองหน้า ยูจิน พูดเสียงเบาเหมือนพยายามสะกดจิตของตัวเอง
ยูจิน พยักหน้า น้ำตาคลอ : ได้ค่ะ
จุนซาง : สัญญากับผมนะว่า คุณจะต้อง กินอิ่ม นอนหลับ และมีชีวิตชีวา ในทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ยูจิน พยักหน้า : ฉันสัญญาค่ะ
จุนซาง : อีกอย่างนะ ยูจิน เราอย่ามาเจอกันอีกเลยนะ ทำให้ความทรงจำที่ริมทะเล มันคงอยู่ตลอดไป
จุนซาง รู้สึก ลำคอตีบตัน

ยูจิน น้ำตาไหล
จุนซาง : ให้เป็นความทรงจำที่สวยงามตลอดไป
จุนซาง น้ำตาไหล : ทำเพื่อผมได้มั๊ย
ยูจิน พยักหน้า แล้ว พยายามรวบรวมกำลัง ที่จะตอบคำให้ จุนซาง สบายใจ : ได้ค่ะ
จุนซาง : ขอบคุณ ขอบคุณมากนะ ผม...ไปนะ
นี่เป็นคำพูดสุดท้าย ในชีวิต ของ จุนซาง ที่จะได้พูด กับ ยูจิน แล้ว หรือนี่...
จุนซาง และ ยูจิน มองซึ่งกันและกัน อย่างอาลัย อาวรณ์
จุนซาง ขยับตัว

ยูจิน ทนไม่ไหว เอื้อมมือไปจับแขน จุนซางไว้
ยูจินอยากจะบอก จุนซางว่า อย่าไป อยากจะขอร้องให้ จุนซาง อยู่ก่อน
แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่เศร้าสร้อย ของ จุนซาง ขณะหันมาจ้องมอง ยูจิน
ยูจิน และจุนซาง สบสายตากัน
ทำให้ ยูจิน ต้องปล่อยมือจากแขน ของ จุนซาง
ยูจิน : ลาก่อน
จุนซาง มอง ยูจิน แล้วตัดใจ หันกลับไป
ยูจิน พยายามไม่มองหลัง ของ จุนซาง ที่เดินจากไป

ยูจิน เปิดประตู เข้ามาในห้อง ได้แต่ยืนพิงประตูด้านใน น้ำตาไหลร่วง
แล้วก็ ค่อย ๆ ทรุดตัวลงอย่างคน สิ้นเรี่ยวแรง ก้มหน้า สะอึกสะอื้นไห้




จุนซาง นั่ง โทรศัพท์ จากที่บ้าน ถึง คุณคิม : ไม่ครับ คุณ จัดการไปแล้วกัน
คุณ คิม ถอนใจ : ตกลงเจอคุณได้แค่ที่อเมริกา เท่านั้นน่ะสิ
จุนซาง : ใช่ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ
คุณคิม : งั้นคุณก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกันนะ บิน คืนนี้ใช่มั๊ย
จุนซาง : ใช่ สี่ทุ่ม
คุณคิม : ผมจะพยายามไปให้ทันจะได้ส่งคุณขึ้นเครื่อง แล้วเจอกันนะ ฮี ..ผมหมายถึงว่า เราจะเจอกันอีก จะกลับมามั๊ย
จุนซาง : ขอบคุณนะครับ คุณคิม
คุณคิม ยิ้ม อยู่ที่สกีรีสอร์ต ส่งมาให้ จุนซาง ที่โซล : ไม่เป็นไรหรอกครับ

คุณ คิม วางโทรศัพท์ เหลียวมองรอบๆห้องของ ลี มินฮุง อย่างอาลัย จุนซาง และ ลี มินฮุง



คุณคิม ผู้เสมือน พี่ คนหนึ่งของ มินฮุง และจุนซาง มักจะคอยเป็นห่วงเป็นใย คอยปลอบใจ ให้ความหวังและกำลังใจ ทำให้ มินฮุง และ จุนซาง อบอุ่นใจเสมอมา คุณคิม ได้ให้ความหวังแก่ จุนซาง จนกระทั่งวันสุดท้าย จุนซาง ไม่ลืมที่คุณคิม บอกว่าให้ จุนซาง หายดีแล้ว ค่อยกลับมาใหม่ คำพูดที่เปี่ยมด้วยความหวัง จาก คุณคิม ที่เป็น คนดีที่สุดที่ จุนซาง เคยพานพบมาในชีวิต

จุนซาง วางโทรศัพท์ แล้ว ก็หยิบตั๋วเครื่องบินมาดู
ลุกขึ้นหันมองรอบๆห้อง

หวนนึกถึงที่เข้ามาบ้านนี้ครั้งแรก จุนซางเคยคิดฝัน จะทำโน่นทำนี่กับ ยูจิน
แต่ก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะไปคิดถึงอีก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจหวนคืนมาได้อีกแล้ว
จุนซาง จำต้อง อำลาดินแดนแห่งความทรงจำนี้ไป
ความอาลัยอาวรณ์ ทำให้ ดวงใจที่ไม่เหลืออะไรนี้ ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย...




จุนซาง ไปหา ซังฮวก ที่สถานีวิทยุ
จุนซาง ยืนรอที่ประตูทางออก
เมื่อแรก ซังฮวก มีสีหน้าอึดอัด ที่พบหน้า จุนซาง
จุนซาง ยิ้มให้นิดๆ
ซังฮวก พา จุนซาง ไปที่ดาดฟ้า ของอาคาร
ต่างคนต่างยืน มองไปข้างหน้าของตัวเอง บรรยากาศเงียบงัน มีแต่เสียงลมพัดแรง
จุนซาง ทำลาย ความเงียบขึ้น : ฟ้าเปลี่ยนสี เพราะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ดูจากบนนี้ ท้องฟ้าสวยจริงๆ
ท้องฟ้าปลอดโปร่งแต่มีอะไรที่ล้ำลึก
จุนซาง แหงนมองท้องฟ้า : แต่ว่าฉันคงไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว

ซังฮวก สงสัย หันมาที่ จุนซาง : หมายความว่าไง
จุนซาง : ฉันกำลังจะไปสนามบิน ซังฮวก ดูแล ยูจินด้วยนะ ฉันคงจะอุ่นใจ ถ้ารู้ว่า ยูจิน อยู่กับนาย
ซังฮวก มอง จุนซาง อย่างรู้สึกแปลกๆ
จุนซาง : ดูแล ยูจิน แทนฉันด้วย อย่าให้เขาต้องว้าเหว่ อย่าให้เขาต้องเศร้า
ซังฮวก : จุนซาง.. นี่นาย..
จุนซาง : ฉัน พูดจริงๆ ฉันขอร้องจากใจจริง
สีหน้าของ จุนซาง แสดงความจริงใจ
จุนซาง : ฉันจะไม่กลับมาอีก
จุนซาง เขยิบเข้ามาใกล้ ซังฮวก แล้ว ก็เอื้อมมือไปจับต้นแขนของ ซังฮวก
มองหน้าซังฮวก อย่างร้าวรานใจ : รักษาตัวด้วยนะ...ลาก่อน...
จุนซาง ผละ เดินออกไป
ซังฮวก มองตามหลัง จุนซาง ที่เดินจากไป ร้องเรียก : จุนซาง
แต่ จุนซาง ก็ยังคงเดินต่อไป
ซังฮวก ส่งเสียงเรียก ดังขึ้นอีก : คัง จุนซาง
จุนซาง หยุดเดิน และหันมามอง ซังฮวก

ซังฮวก รู้ว่า ที่ตัวเองเคยพูดจาทำร้ายจิตใจ ของ จุนซาง
เคยทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง นั่นเป็นเพราะความอิจฉา
ซังฮวก อิจฉา จุนซาง ที่ได้รับ ความรัก จาก ยูจิน จึง ได้พูดไปอย่างนั้น
แต่ถ้า จุนซาง จากไปอย่างนี้ ซังฮวก ก็คงจะเจ็บปวดจนทนไม่ได้

ซังฮวก : อย่าไปเลยนะ ฉันเคยอิจฉานาย และก็โกรธแค้นนายมาก
ในเมื่อไม่ได้เป็นพี่น้องกัน ก็ไม่จำเป็นต้องไปนี่ อย่าไปเลยนะ กลับไปหา ยูจิน เถอะ
น้ำเสียงของ ซังฮวก วิงวอน

จุนซาง เข้าใจความรู้สึกของ ซังฮวก ดี แต่ จุนซาง ก็ยังคงตัดสินใจจากไป
เพราะถ้าไม่ไปยิ่งจะทำให้ทุกคนต้องเจ็บปวด
จุนซาง ได้แต่ยิ้มให้ ซังฮวก อย่างเศร้า ๆ : ไม่ละฉันทำไม่ได้
ซังฮวก : ทำไม... เพราะฉันเป็นน้องของนายยังงั้นเหรอ เพราะฉันรัก ยูจิน ใช่มั๊ย
นายถึงได้ตัดใจจากเขาน่ะ( นายเลย ยก ยูจิน ให้ฉัน ใช่มั๊ย)

ซังฮวก เป็นห่วงว่า การที่ จุนซาง และ ยูจิน ที่รักกันอยู่ ต้องถูกพรากจากกัน
ก็เพราะความเห็นแก่ตัว ของ ซังฮวก เอง
ซังฮวก รู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนไม่ดี ซังฮวก รู้สึกเกลียดตัวเอง

จุนซาง : นายไม่เคยตัดใจจากความรัก ตอนนี้มีนายเพียงคนเดียวที่จะช่วย ยูจิน ได้
เพราะว่านายสามารถอยู่กับ ยูจิน ได้นานกว่าฉัน
จุนซาง ยิ้ม น้อยๆ ให้ ซังฮวก ...แล้ว บอกว่า...ลาก่อน

ซังฮวก ได้แต่มองตามหลัง จุนซาง ที่เดินลับหายเข้าไปในตัวอาคาร ด้วยความรู้สึกเสียดาย...
ที่ไม่อาจหยุดยั้ง จุนซางได้ หาก จุนซาง จากไปอย่างนี้ ยูจิน จะต้อง ทนไม่ได้
ทั้งที่รู้ว่าไม่อาจปล่อยให้ จุนซาง จากไปอย่างนี้
แต่ ซังฮวก ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง จุนซางไว้ได้
เพราะ สีหน้าของ จุนซาง บ่งบอกความแน่วแน่ของการตัดสินใจ




หลังเลิกงาน ซังฮวก ก็ขับรถกลับบ้าน ซังฮวก ยังคงนั่งอยู่ ในรถ อีกพักหนึ่ง
รู้สึก กังวลกับ คำพูด ของ จุนซาง : “ เพราะว่านายสามารถอยู่ กับ ยูจิน ได้นานกว่าฉัน ฉัน จะไม่กลับมาอีก “
รวมทั้งสีหน้าของ จุนซาง ยังคง วนเวียน อยู่ ในใจ ของ ซังฮวก
ซังฮวก รู้สึก เสียใจ และสับสน ในขณะเข้ามาในบ้าน : กลับมาแล้วครับ แม่ครับ
แต่ไม่มีใคร อยู่ ที่ชั้นล่างเลย ซังฮวก กำลังจะเดินขึ้น บันได ไปชั้นบน
เสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น ซังฮวก หัน กลับ ลงมารับโทรศัพท์
ซังฮวก : ฮัลโหล ครับ ...
: ตอนนี้ คุณพ่อ ไม่อยู่ครับ นั่น ใครครับ
มีเสียง พูด กลับมาว่า : จากโรงพยาบาล ซุงจี นะครับ มีทางที่เราจะติดต่อ กับ คุณ คัง จุงซาง ได้มั๊ยครับ
ซังฮวก สอบถามอย่างสงสัย : จะติดต่อ คัง จุนซาง เรื่องอะไรไม่ทราบครับ
เสียงจากโรงพยาบาล : เขาลืมเอกสารที่ต้องเอาไปใช้ เข้าผ่าตัดที่อเมริกานะซีครับ
ซังฮวก ตกใจ : ผ่าตัดอะไรเหรอครับ


แล้ว ซังฮวก ก็รีบร้อนออกจากบ้าน
ตลอดทางที่ขับรถ ก็นึกถึงคำพูด : ตอนนี้เขาคงพยายามฝืน เพราะอาการเขากำลังแย่
การผ่าตัดเป็นเพียงวิธีเดียว แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จ
และ คำพูด ของ จุนซาง : ฉันจะไม่กลับมาอีก ฉันจะไม่กลับมาอีก
เมื่อ ซังฮวก วางโทรศัพท์แล้ว ซังฮวก ไปที่โรงพยาบาล และถามคุณหมอ ที่รักษา จุนซาง ถึงเรื่องการผ่าตัด
คุณหมอ บอกว่า อาการของ จุนซาง ร้ายแรง และเป็นอันตรายมาก นอกจากการผ่าตัดแล้วไม่มีวิธีอื่นอีก
แต่การผ่าตัดก็ไม่อาจรับรองได้ว่า จุนซาง จะปลอดภัย




ซังฮวก รีบ ไปหา ยูจิน
ซังฮวก จะปล่อย จุนซาง ไปอย่างนี้ไม่ได้
ซังฮวก ปิด ประตูรถ แล้ววิ่งขึ้นไปหา ยูจิน ที่ห้อง
เปิดประตู ที่ไม่ได้ล็อกไว้ เข้าไป ยูจิน นั่งอยู่คนเดียว ที่โต๊ะ
ซังฮวก : ยูจิน รีบไปเถอะ
ยูจิน : ซังฮวก
ซังฮวก : จุนซาง จะไปแล้ว เขาจะไปจากที่นี่แล้ว
ยูจิน สงบอย่างที่ ซังฮวก คาดไม่ถึง : ฉันรู้ เมื่อวานฉันเจอกับ จุนซาง แล้ว
และสัญญา กับ จุนซาง แล้ว ว่า ฉันจะไม่ไปสนามบิน
ซังฮวก : มันไม่ใช่อย่างนั้น ยัยโง่......เอ๊ย

ซังฮวก รู้สึก ว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้เลย ซังฮวก รู้สึกว่า ทุกคนเหมือนเป็นคนโง่
ไม่ว่า จะเป็น จุนซาง ที่ยอมจากไปแบบนี้
หรือ ยูจิน ที่ไม่ยอมไปส่ง จุนซาง ที่สนามบิน
ทำไม สองคนนี้ ถึงได้ทำอะไร โง่ ๆ อย่างนี้นะ


ยูจิน มอง ท่าทางร้อนรนของ ซังฮวก อย่างแปลกใจ
ซังฮวก รวบรวม กำลังใจ ของตัวเอง : ยูจิน ฉันขอโทษนะ ฉันต้องขอโทษ ที่ฉันโกหกเธอ
ยูจิน เลิกคิ้ว งง กับซังฮวก
ซังฮวก : ฉันกลัวว่า จะเสียเธอไปอีก ไม่..สิ...
ฉันไม่อยากรับความจริงว่า จุนซาง เป็น ลูกของพ่อฉัน ฉันถึงไม่กล้ามาบอกเธอ

ยูจิน ตกใจ : นี่.... เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ
ซังฮวก : จุนซาง น่ะ เขาเป็นลูกของพ่อฉัน
เขาเป็น พี่ ของฉัน เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย
และ ก็...จุนซาง อาจจะไม่รอดก็ได้
ยูจิน มอง ซังฮวก ตาค้าง..น้ำตาร่วง

ซังฮวก : จุนซาง กำลังป่วยหนัก เขาอาจจะต้องตาบอด และอาจจะตายได้
เขาจะไปผ่าตัดที่อเมริกา เขาถึงได้จากไปเฉยๆ..ไง.เล่า โดยที่เขาไม่บอกอะไรเธอเลย
หัวใจของ ซังฮวก เองเต้นโครมคราม ราวกับจะกระโดดออกมา
ตอนนี้ ยังมีเวลา เร็วเข้า




ซังฮวก ขับรถ พา ยูจิน ไปสนามบิน อย่างรวดเร็ว
ยูจิน รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว จน พูดอะไรไม่ออก
ยูจิน ได้แต่ภาวนาในใจ จุนซาง เธอต้องรอฉันนะ อย่าเพิ่งไป
ซังฮวก ชำเลืองมอง ยูจิน ที่นั่งสะกดกลั้นน้ำตาไว้ โดยไม่พูดอะไรเลย




จุนซาง ที่สนามบิน อีกครั้ง...
จุนซาง เดินลากกระเป๋าเดินทาง แล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อน

ซังฮวก และ ยูจิน วิ่งเข้า อาคาร ผู้โดยสารขาออก
ทั้ง ซังฮวก และ ยูจิน พากันวิ่งมองหา จุนซาง วิ่งแทรกผู้คน ขึ้นบันไดเลื่อนไป
มองหา ผู้โดยสาร ที่เข้าแถว ที่หน้าเคาน์เตอร์ ...ไม่ มี จุนซาง...

จุนซาง กำลัง เข้า ไปห้องพักผู้โดยสาร ชั้นใน
หยุดชะงักนิดหนึ่ง คิดว่า ถ้า ยูจิน จะไม่รักษาสัญญา สักครั้งก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
แต่ นี่ ยูจิน พอสัญญาแล้ว ก็ต้องรักษาสัญญา
แล้ว จุนซาง ก็ทำใจว่า มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำไม ต้องคิดอะไร โง่ๆ อย่างนี้อีกนะ แล้ว จุนซาง ก็ก้าวเท้าเดินต่อไป

ซังฮวก และ ยูจิน ไปที่ เคาน์เตอร์
ซังฮวก : เครื่องบินไปนิวยอร์ค ออกรึยังครับนี่
พนักงาน : ออกไปเมื่อสิบนาทีแล้วค่ะ
ยูจิน ตะลึง ยืน น้ำตารินไหล
ยูจิน และ ซังฮวก เดินอย่างคนหมดแรงออกจากอาคารของสนามบิน หยุดยืน หน้าอาคารอย่างสิ้นหวัง



สำหรับ ยูจิน น้ำตาไม่มีจะรินไหลอีกแล้ว

จุนซาง ฉัน เข้าใจเธอดี เธอไม่อยากจากฉันไป แต่ จำเป็นต้องไป
ฉันรู้ว่าเธอรักฉันมากกว่าตัวเธอเอง
เธอรู้ไหม ถึงแม้ตัวเธอจะไม่ได้อยู่เคียงข้างกายฉัน แต่จะอยู่ในใจฉันเสมอ
กลายเป็นมือที่อบอุ่นและขาที่แข็งแรงของฉัน
แม้จะไม่มีเธอ ฉันก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
เพราะมือที่อบอุ่นของเธอได้กลายเป็นพลังที่เข้มแข็งพยุงฉันไว้
ถ้าฉันเสียใจหรือเจ็บปวด เธอที่อยู่ในตัวฉันก็จะเจ็บปวดไปด้วย
ฉันรับปากเธอ ฉันจะอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง เหมือนที่เธอบอกไว้
ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเธอที่อยู่ในตัวฉัน
เพราะเธอจะได้มีชีวิตอยู่ในตัวฉันตลอดไป หายใจอยู่ในตัวฉัน
ถึงแม้ตัวเธอจะจากไปก็ไม่ต้องเป็นห่วง
ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข เพื่อ...เธอ...ผู้เป็นที่รักของฉัน...ลาก่อน... จุนซาง..




แม่ มาหา ยูจิน ที่อพาร์ทเมนต์
ที่โต๊ะ อาหาร
แม่ร้องไห้ และอยากให้ ยูจิน เปลี่ยนใจ ไม่ไปเรียนต่อ ที่ฝรั่งเศส
ยูจิน : หนูจะไปเรียนต่อค่ะ หนูจะตั้งใจเรียน แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ
หนูน่ะ จะกินให้ อิ่ม นอนให้หลับ ( อย่างที่ จุนซาง เคยสั่งเธอไว้ เอาไว้นั่นเอง)
หนูจะไม่ร้องไห้ด้วย หนูจะต้องเข้มแข็งมากกว่าเดิม เชื่อ หนูนะคะ
เรากินข้าวไม่อร่อยก็เพราะแม่รู่มั๊ยคะ

แม่ : ขอโทษนะ ยูจิน กิน เยอะ ๆนะลูก
ยูจิน และ แม่ กินข้าว เคล้าน้ำตา ด้วยกัน
แม่ ที่ตักแต่น้ำแกงยังทำท่า เหมือนกลืนไม่ลงคอ ส่วน ยูจิน ก็ ตัก แต่ ข้าวเปล่า เข้า ปาก ทุกคำ

ยูจิน จัดกระเป๋า เดินทางเสร็จเรียบร้อย หยิบตั๋วเครื่องบินไปปารีสขึ้นมา
ซังฮวก เปิดประตูเข้ามา
ยูจิน : มาแล้วเหรอ
ซังฮวก ยื่นตั๋วเครื่องบินที่ถืออยู่ในมือให้ ยูจิน เป็นตั๋ว เครื่องบิน ไปนิวยอร์ค
ยูจิน เงยหน้ามอง ซังฮวก อย่างสงสัย
ซังฮวก : เธอตาม จุนซาง ไปสิ เธอรีบตามเขาไปสิ ยูจิน

ยูจิน มองสบตา ซังฮวก แล้วก็มองที่พื้น
นึกถึง คำพูด ของ จุนซาง : เราอย่ามาเจอกันอีกเลยนะ
ทำให้ความทรงจำที่ริมทะเลมันคงอยู่ตลอดไป
ให้เป็นความทรงจำที่สวยงามตลอดไป

ยูจิน เงยหน้ามองซังฮวก และ รับตั๋วเครื่องบิน นั้นมาจากมือของ ซังฮวก
ก้มลงมอง ตั๋ว เครื่องบิน ไปนิวยอร์ค
ที่สนามบิน
ยูจิน นั่งที่เก้าอี้ผู้โดยสาร ที่ห้องโถงของสนามบิน ยังมอง ตั๋วเครื่องบิน ไปนิวยอร์ค อยู่อีกนาน


ยูจิน รู้ดีว่า ซังฮวก รู้สึกผิด
ยูจิน จึงไม่ปฏิเสธ ซังฮวก และคิดว่าทำอย่างนี้ ซังฮวก คงจะสบายใจขึ้น
ยูจิน คิดว่า : “ ซังฮวก ฉันเข้าใจดี เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก
ถ้าฉันจะตาม จุนซางไปละก้อ คงไปนานแล้ว
ฉันตัดสินใจทำตามแผนเดิม ไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ไม่ใช่เพื่อตัวเอง
แต่เพื่อ จุนซาง ที่อยู่ในใจฉัน “
การทำเช่นนี้จะทำให้ จุนซาง ใน ตัว ของ ยูจิน ยิ้มออกมาได้
แล้ว ยูจิน ก็ลุกขึ้น คว้ากระเป๋าเดินทางโดยทิ้งตั๋วเครื่องบิน ไป นิวยอร์ค ไว้ที่ที่นั่งตรงนั้นเอง

ตั๋วเครื่องบิน NEW YORK วันที่ 03/20/02 เวลา 11.20
B 1023
B 13

ที่นาฬิกาแขวนของสนามบิน ที่ผนัง ตอน ยูจิน เดินเข้าไปข้างในเป็นเวลา เป็นเวลา 7.45 นาฬิกา
หลังจาก จุนซาง จากไป ยูจิน ก็รีบบินตามไป
ไปฝรั่งเศส
ไม่ใช่ นิวยอร์ค

และแล้ว ฤดูหนาวก็จบลง




วันเวลา คงผ่านไปไม่หยุดนิ่ง
ยูจิน เดินทางกลับมาแล้ว
ถ้าหากวันเวลาไม่เคลื่อนต่อไป หรือว่า หยุดนิ่งอยู่กับที่
ยูจิน ก็คงไม่ได้กลับมาในวันนี้

ที่ อพาร์ทเมนต์แห่ง เดิม
เด็กหญิงตัวน้อย อายุ เกือบจะ สาม ขวบ ร้องไห้ วิ่งอยู่ที่ลานหน้าอพาร์ทเมนต์
ซังฮวก ที่สวมแว่นตา และ ยูจิน ที่มีผมยาวหยิกสลวย วิ่งไล่ตามหนูน้อย
เสียง ซังฮวก : จีฮุน มานี่ จีฮุน มานี่มา
ซังฮวก และ ยูจิน วิ่งมาทัน จีฮุน ช่วยกัน จับแขนคนละข้าง
ซังฮวก ปลอบ หนูน้อย : โอ๊ะ โอ๋ เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม ร้องไห้ทำไมจ๊ะ
เสียง ยูจิน : เป็นไรลูก
ซังฮวก ก้มลงอุ้ม หนูน้อยขึ้นมา ยูจิน เข้าไปช่วยปลอบ : โอ๋ โอ๋ อย่าร้อง
ซังฮวก บ่น ว่า : ทำไมชอบก่อร้องแบบนี้น๊า ใครเป็นคนเลี้ยงเนี่ยะ

ไม่ไกล คนทั้งสามนัก มี ใครคนหนึ่ง ยืนอยู่ เห็นเพียงด้านหลัง

ยูจิน : ก็ติดนิสัยคุณพ่อจอมยุ่งของเขาน่ะสิ โอ๋ โอ๋ อย่าร้องลูก
ยูจิน พยายามปลอบ หนูน้อย ในอ้อมกอดของ ซังฮวก
ซังฮวก ทำเสียง ปราม : จีฮุน อย่าร้องน่า
แล้ว ซังฮวก ก็รู้สึกบางอย่าง : นี่อะไร อุ่น ๆ นี่
ยูจิน : อะไรเหรอ


ใครคนนั้น ที่ยืนมานานแล้ว ถอยออกจากที่นั่นไป

ซังฮวก : เขาฉี่ใส่ฉันน่ะซี
ยงกุ๊ก และ จินซุก พากันเดินหอบของพะรุงพะรังเข้ามา
เสียง ยูจิน : จริงเหรอ
ซังฮวก : เธออุ้มสิ
จินซุก วิ่งเข้ามา : จีฮุน โอ๋โอ๋ มาหาแม่มา เป็นเด็กดีหรือเปล่าลูก
จินซุก รับ จีฮุน มาอุ้มต่อ
ซังฮวก หันมาทาง ยงกุ๊ก : ลูกนายฉี่ใส่ฉันจนเปื้อนหมดเลย
ทั้ง สี่คน หัวเราะ
ยงกุ๊ก : ไง ยูจิน ปรับตัวได้รึยัง กลับมาได้สักพักแล้วนี่
จินซุก : เธอชอบฝรั่งเศสขนาดนั้นเชียวหรือ ไม่เคยโทรมาหาฉันเลย
ซังฮวก ช่วยรับของมาจาก ยงกุ๊ก ยงกุ๊ก เลยมาอุ้ม จีฮุน แทน จินซุก
จินซุก : จะอยู่ถาวรเลยใช่มั๊ย
ยูจิน พยักหน้า

ที่หน้าต่างห้องชั้นบน
แชรีน ส่งเสียงบ่น ลงมาว่า : นี่ จินซุก ทำไมมาช้านักล่ะ
ไหนบอกให้ฉันรีบมาไม่ใช่เหรอ ฉันมารอตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ
จินซุก : ขอโทษนะแชรีน
ยงกุ๊ก และ จินซุก เดินนำขึ้นบันไดไป

ยูจิน เดินเป็นคนสุดท้าย ชะงัก รู้สึก แตกต่างไปจากเมื่อ สามปีก่อนที่เคยเดินไปเดินมา
คล้ายเหมือน มีอะไรอยู่เบื้องหลัง แต่พอหันไป ก็ไม่มีอะไร
สภาพโดยรอบ ยังเหมือนเดิมทุกประการ
แต่มีอะไรบางอย่างทำให้ต้องชะงัก แล้ว จู่ๆ ก็รู้สึก ปวดใจ ขึ้นมา
ซังฮวก หันมาเรียก : ทำอะไรน่ะ เข้ามาสิ

เพื่อนๆ ร่วมฉลอง กัน อย่างสนุกสนาน




ที่บริษัท Polaris
จุงอา ร้องทัก ยูจิน : อ้าวมาถึงแล้วหรือนี่
ยูจิน : ฉันกลัวจะใช้เวลาเยอะ เพราะไม่ได้ทำงานมานาน ฉันเลยต้องแวะมาก่อนกลับบ้าน

จุงอา รีบเดินเข้ามาหายูจิน ในมือถือนิตยสารอยู่ฉบับหนึ่ง
จุงอา เปิดหา หน้าหนังสือที่ต้องการ : เรื่องงานเอาไว้ก่อนเถอะ ดูนี่ดีกว่า
ยูจิน ชะโงกหน้า ดู นิตยสารนั้น
จุงอา : บ้านนั้นไง บ้านที่เป็นไปไม่ได้ ที่เธอออกแบบไว้ไม่ใช่เหรอ
ฉันว่า มันเหมือนมากๆ เลยนะ ไม่น่าบังเอิญ
ต้องมีคนขโมย ไอเดีย เธอแน่ๆ เธอเคยเอาไปให้ใครดูหรือเปล่า
ยูจิน : แล้วเราจะสืบดูได้มั๊ยว่าบ้านหลังนี้อยู่ที่ไหน



จุนซาง เดินอยู่ในบ้าน
กางมือออก สัมผัส ที่หน้าบ้าน ค่อยๆ ใช้มือ ละไปเรื่อยๆ
แล้ว ยืนเอาหลังพิงผนังบ้านไว้ จากนั้นก็เดินต่อไปอีกด้านของบ้าน
เมื่อถึงอีก ฟากของผนังบ้าน
จุนซาง เอามือแตะผนังสัมผัสถูกของชิ้นหนึ่ง
นึกถึง คุณคิม ที่เคยบอกว่า : อ้อ ถ้าไปถึงที่นั่น คุณจะเจอของขวัญ ที่ผมแขวนเอาไว้ให้ ตั้งแต่ปีที่แล้ว
คุณต้องชอบแน่ๆเลย



จุนซาง สัมผัส ภาพจิ๊กซอว์ ก็หัวเราะอย่างถูกใจ อย่างที่คุณ คิม คาดไว้
แต่ จุนซางไม่รู้ว่า มีจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่ง วางไว้ไม่สนิทดี
พอมือของ จุนซางสัมผัสถูก จึงร่วงหล่นลงมา



จุนซาง ทรุดตัวลงใช้มือคลำหาที่พื้น
แต่ จิ๊กซอว์ กระเด็นไปไกลจากที่ จุนซาง นั่งยองๆ อยู่
จุนซาง จึงหาไม่พบ และจุนซาง คลำหา ผิดทิศทาง




จุนซาง หาอยู่นานก็ไม่เจอจึงยอมแพ้



จุนซาง ลุกขึ้นยืน
ลมทะเลพัดเขามาภายในบริเวณบ้านที่เปิดผนังด้านที่ติดทะเล โล่งไว้
ผม ของ จุนซาง ปลิวตามแรงลม
จุนซาง ยิ้ม อย่างเบิกบาน
ทั้งแสงแดด และลมทะเลต่างยิ้มอย่างร่าเริงเช่นกัน




จุนซางเดินไปที่โต๊ะ
ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง ที่ตั้งเพื่อไว้ใช้ชมทะเล
แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้



จุนซาง ค่อยๆ เอื้อมมือ ไปสัมผัส ถ้วยชา บนโต๊ะ
และยกถ้วยชา ขึ้นดื่ม แล้ววางลงบนจานรอง
เสียงนกร้อง เสียงลมพัด รวมทั้งเสียงคลื่นในทะเลล้วนแต่สลักไว้ในใจของ จุนซาง

จุนซาง เดินทางกลับมาที่นี่ชั่วคราว
เนื่องจาก ภารกิจของบริษัท ก่อนกลับไปก็มีโอกาสแวะมาดูบ้านที่ จุนซาง เขียนแบบเอง
แม้ไม่อาจมองเห็นด้วยตา
แต่ จุนซาง ก็ใช้ ใช้มือทั้งสอง ใช้เท้าทั้งสอง และใช้ หัวใจ สัมผัสบ้านหลังนี้




นึกถึง ที่เจอกับคุณคิม ครั้งหลังสุด
คุณคิมรายงานว่า : ผลการประชุมที่ญี่ปุ่น พร้อมไอเดียของพวกเขา ส่งไปที่อเมริกาแล้ว
แล้วเดี๋ยวพอไปถึงจะได้ดูกันเลย
คุณคิม จับมือ จุนซาง ให้รับกาแฟกระป๋อง
จุนซาง : ก็ดีครับ
คุณคิม : พวกเราจะไปที่โน่น วันมะรืนนี้นะ…
เอ้อ..จริงสิ แล้วคุณล่ะ อยากไปที่ไหนมั๊ย อยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้วนี่ บอกผมได้นะ

จุนซาง : ผมกำลังคิดอยากจะไปอยู่ที่หนึ่ง
คุณ คิม : ที่ไหนเหรอครับ



ยูจิน อยู่ในเรือโดยสารเร็วเล็ก ที่แล่นอยู่ในทะเล
แสงแดดสาดส่องท้องน้ำ เป็นประกายระยิบระยับ

เมื่อถึง ท่าเรือ ยูจิน ก็หยิบแผ่นกระดาษในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดู
ยูจิน เดินเข้าไปในแนวไม้ร่มครึ้ม
มีเสียงนกร้องทักทายเชื้อเชิญ ผู้มาเยือน
กลีบดอกไม้หลากสีร่วงกระจาย เรี่ยราย บนพื้นที่เดินผ่านไป
สายลมเย็นพัดโชยมาจนยอดหญ้า ด้านข้างทางที่เดินผ่าน ลู่พลิ้ว ไปตามแรงลม

ที่ ตัวบ้าน จุนซาง ค่อยๆ เดินเกาะผนังบ้าน สัมผัสรอบบริเวณบ้าน
รอบบ้าน ปลูกดอกไม้หลากสี กำลังบานสะพรั่ง
จุนซาง สัมผัส ถูก ดอกไม้ ที่ยื่นกิ่งเข้ามา จุนซางใช้สองมือสัมผัส กลีบดอกไม้
นึกถึง ที่เคยถาม ยูจิน ว่า
“ สีโปรดของคุณ สีอะไร” และเสียงของ ยูจิน ที่ตอบว่า “ สีขาวค่ะ “

แล้ว จุนซาง ก็ไปนั่งรอที่ขั้นบันไดหน้าบ้าน
เสียงนกร้อง ทักทาย จุนซาง
จุนซาง ยิ้ม ทักทายตอบและ เหลียวมอง
จุนซาง พูดขึ้น เบาๆว่า : เป็นไง คุณชอบมั๊ย

เมื่อคราวที่พา ยูจิน ไปตรวจงานครั้งแรก ที่สกีรีสอร์ต ตอนร่วมงานกันใหม่ๆ
ยูจิน เคยบอกว่า : สำหรับ คนสองคนที่รักกัน บ้านที่ดีที่สุด คือบ้านที่อยู่ในหัวใจของทั้งคู่
จุนซาง รำลึก ถึง ความหลังครั้งนั้น แล้วก็แหงนหน้าขึ้นท้องฟ้า




ยูจิน มองไกล ผ่านแนวไม้ ที่กำลังเดินอยู่ ก็พบบ้าน ที่ตั้ง อยู่อย่าง สง่างาม
ด้านหลังของตัวบ้าน ติดชายทะเล
ยูจิน ยิ้มอย่างดีใจ เดิน เข้าไปใกล้ ตัวบ้านยิ่งขึ้น
แต่ทางเดิน ยังอยู่ ในแนว ต้นไม้

ที่หน้าบ้าน คนรถนำรถมารับ จุนซาง ใกล้จะได้เวลาเครื่องบินออกแล้ว
คนขับรถ รับกระเป๋ามาใส่รถ แล้วกลับไปช่วยพยุง จุนซาง ค่อยๆ ก้าวลงบันได
จุนซาง ก้าวขึ้นรถ รถแล่นออกไปจากหน้าบ้าน




ยูจิน เดินพ้นแนวไม้ และมาถึงประตูเหล็กเตี้ยๆหน้าบ้าน
ยูจิน เปิดประตูเข้าไป และเดินเข้ามาในตัวบ้าน
ยูจิน มองสำรวจภายในบ้าน ไม่พบใครเลย เดินจนไปพบ มุมบ้านที่เปิดผนังโล่งรับชายทะเลมีโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่

ยูจิน มองเห็นภาพจิ๊กซอว์แขวนที่ผนังด้านหนึ่ง
ทำให้ ยูจิน นึกถึงภาพจิ๊กซอว์ ที่บริษัท มาเซียน
ยูจิน เคยเอาชื้นส่วนของ จิ๊กซอว์ ที่เคยเก็บได้ ที่หน้าบริษัท วางลงไปที่รูปเรือริมน้ำ ที่ขาดชิ้นส่วนไปหนึ่งชิ้น
พอรูปเรือรูปนั้นเสร็จสมบูรณ์ครบทุกชิ้น
บานประตูห้องก็เปิดออก
เมื่อ ยูจิน หันหน้ากลับไป ตามเสียง
ก็ได้พบ จุนซาง ของ เธอ ในขณะที่ยังเป็น ลี มินฮุง ปรากฏตัวขึ้นเหมือนมีมนตร์ดลใจ

วันนี้ ยูจิน พบว่า ภาพจิ๊กซอว์ภาพนี้ ขาด ชิ้นส่วนไปหนึ่งชิ้น เช่นกัน เหมือนเมื่อสามปีที่แล้ว
ยูจิน แหงนมองภาพ จิ๊กซอว์บนผนัง แล้ว ก็ก้มลงมองที่พื้น ก็เห็น ชิ้นส่วนหล่นอยู่ที่พื้น
ยูจิน ทรุดตัวลงไป หยิบขึ้นมา แล้ว วางชิ้นส่วนนั้น ลงไปบนภาพที่มีพื้นที่ว่างอยู่
ในที่สุด ภาพจิ๊กซอว์ภาพใหม่นี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ยูจิน มองภาพ จิ๊กซอว์ นี้อยู่ครู่หนึ่งด้วยความว้าวุ่นใจ
ยูจิน อยากให้สมองปลอดโปร่ง จึงเดินไปที่ผนังด้าน ที่เปิดรับลมทะเล มี โต๊ะตั้งอยู่ ยูจิน ยืนรับลมทะเล

ยูจินเศร้าสร้อยขึ้นมาทันที เป็นความรู้สึกเศร้า
แบบเดียวกับเมื่อตอนที่กลับมาใหม่ๆ และไปบ้านของ จินซุก กลับไปบ้านที่ ยูจิน เคยอยู่
ยูจิน ยืนมองท้องทะเลเนิ่นนาน




จุนซาง ลืมของ จึงต้องย้อนกลับมา
คนรถพยุง จุนซาง ลงจากรถเดินขึ้นตามขั้นบันได
คนขับรถถาม จุนซาง ว่า : เอ้อ คุณลืมไว้ตรงไหนเหรอครับ
จุนซาง : ไม่เป็นไร ผมจะไปเอาเองนะ แล้วผมจะหาทางกลับมาเอง
คนขับรถ : ครับ



จุนซาง เดินกลับเข้าไปในบ้านใหม่
ค่อยๆใช้มือสัมผัสพื้น และก้าวขึ้นบันได
เดินไปยัง บริเวณ เดิม เลี้ยวขวา




แล้ว ก็มีเสียงดังที่เกิดจากการเลื่อนของขาเก้าอี้
ยูจิน หันหน้า มาทาง จุนซาง พอดี
จุนซาง หันไปตามเสียง ถามว่า : นั่นใครเหรอครับ
แต่ เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมา



ยูจิน ตะลึงมอง
จุนซาง ที่ จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ ยูจิน วาง จิ๊กซอว์ ตัวสุดท้ายลงบนภาพ อีกแล้ว
ยูจิน รู้สึกว่า ช่างเป็นปาฏิหาริย์
แต่ จุนซาง ที่ ยูจิน เห็นอยู่นี้ ทำให้ ยูจิน พูดไม่ออก
จุนซาง คนที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ยูจิน ในขณะนี้ ไม่อาจมองเห็น ยูจิน ได้อีกแล้ว




จุนซาง ถามเบาๆ อีกครั้ง : นั่นใครครับ
ยูจิน น้ำตาคลอ ไม่สามารถเปล่งเสียงของตัวเองออกมาได้



จุนซาง ยืนรอคำตอบ
แล้ว จุนซาง ก็แน่ใจว่า มีใครคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ร่วมสถานที่นี้ กับ จุนซาง
และจะเป็นใครอื่นไปเสียได้ หาก ไม่ใช่ ยูจิน

ยูจิน ไม่ตอบ และแน่ใจแล้วว่า จุนซาง รู้แล้ว ว่าเป็นเธอที่ยืนอยู่
จุนซาง ถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง : ยูจินเหรอ
ยูจิน ส่งเสียงสั่นสะท้าน ด้วยความรู้สึกภายใน : จุนซาง

จุนซาง น้ำตาไหล เรียกหาด้วยความคิดถึง คะนึงหา จากห้วงดวงใจ : ยูจิน




ที่ริมระเบียงด้านนอก
ยามใกล้สนธยา สุริยาทิตย์ สาดแสงสีส้ม ฉายฉาบที่ท้องฟ้า

จุนซาง กอด ยูจิน ใช้นิ้วมือ ไล้แก้ม ยูจิน จากแก้ม มาที่ริมฝีปาก
แล้ว จุนซาง ก็ก้มลงจุมพิต ยูจิน อย่างแสนรัก แสนคิดถึง แสนคะนึงหา

ยามสายัณห์ตะวันรอนอ่อนแสง
ดวงสุรีย์กำลังจะลับหาย ลงจากเหลี่ยมเขา ที่ทอดยาวในท้องทะเล
ลมทะเล พัดเส้นผมของ จุนซาง และ ยูจิน ปลิวไสว

ปาฎิหารย์ แห่งรักแท้ แม้จากกัน สองครั้ง รวมเวลา สิบสามปี ก็ยังมีวันนี้จนได้





พวกเรา ผู้ชมละคร WINTER SONATA หรือ WINTER LOVE SONG “เพลงรักในสายลมหนาว”
ขออวยพร ให้ คัง จุนซาง และ จุง ยูจิน ได้สุขสมหวังในความรักอย่างแท้จริง ครองคู่กัน
มี จุนซางน้อย และ ยูจินน้อย ไว้ชื่นชม
และ เล่าขานตำนานความรัก ของ พ่อแม่ สืบต่อๆมา

อีกทั้ง วิทยาการสมัยใหม่ STEM CELL
และ กำลังใจ จาก ยูจิน รวมกับแฟนละครทั่วโลกหลายล้านคน
จงรวมกัน เป็นพลัง และ กำลังใจ ให้ จุนซาง
สามารถ กลับมามองเห็น โลกอันงดงาม ด้วยความรัก ของ คัง จุนซาง และ จุง ยูจิน ด้วยเทอญ





Scene-20: End of winter


Cry on parting:

Yoo-jin : You look terrible. You look sick ...
Jun-sang : It's probably because I've been busy. I had a lot of thing to take care of.

Yoo-jin: You're leaving tomorrow, huh ...
Jun-sang : I hear that you're going abroad to study. Sang-hyuk told me. Yoo-jin! I'm just looking at you ... I might never get to see you again. You were so pretty the first time I saw you. I was surprised that there was someone as pretty as you. And when I first saw you at Polaris ... The way you were working so hard was dazzling ... You were so beautiful and dazzling ... Yoo-jin, I couldn't help you maintain your beauty and shine ... I just made you sad all the time.


Yoo-jin :No, that's not so. You don't know how happy I was that I met you. I was really happy.

Jun-sang : Thanks, Yoo-jin ...
I have a favor to ask you ... You'll do it for me, right? Whatever it is, you'll do it for me, right? Yoo-jin. Go abroad to study together with Sang-hyuk. I think I'll be at rest knowing that you're with him. I know how much he loves you. I'll be at rest. He'll take good care of you more than anyone else.

Yoo-jin : No. No, I can't do that for you. No.

Jun-sang : Yoo-jin, do it for me. Sang-hyuk will be able to make you happy. It's for me. Do it for me. Try to be happy for me.
......
Jun-sang : Don't come to the airport tomorrow. It'll make it harder for me to leave leaving you here. And promise me that you'll eat well, sleep well and live well wherever you go.

Yoo-jin : I promise.

Jun-sang: And Yoo-jin. Let's not meet again. Let's make the memories we had at the sea together the last and not meet again. Let's just remember the beautiful memories we had together. You can do that for me, right? ... Thanks. I'll get going now ... Bye.


Bring out the truth

Sang-hyuk : Yoo-jin, hurry up! We have to go! Jun-sang's leaving. He's leaving here!

Yoo-jin : I know. I met Jun-sang yesterday. And I promised that I wouldn't go to the airport.

Sang-hyuk : That's not it, stupid! Yoo-jin ... Yoo-jin, I'm sorry. I'm so sorry. I lied to you. I was afraid I'd lose you again. No. I couldn't bear the fact that Jun-sang was my father's son ... That's why I couldn't say anything to you.

Yoo-jin : What are you talking about?

Sang-hyuk : Jun-sang's my father's son. He's my brother. He has nothing to do with you! And Jun-sang might die ... He's sick right now. He might lose his eyesight, and he might die. He's going to the States to get surgery. That's why he left without saying anything to you! You should've asked me to stop.


At the impossible house

Jun-sang : What do you think? Do you like it? ...
Who is it? .... Who is it?.... Yoo-jin?....
Yoo-jin : Jun-sang?
Jun-sang : Yoo-jin ...


Amornbyj@Copyright